หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และการคิดค้นวัคซีนต้าน COVID-19 ไฟเซอร์ (Pfizer) เพื่อน ๆ คงสงสัยกันใช่ไหมว่า หลังจากนี้เศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัวในรูปแบบใดบ้าง ?

 

วันนี้ FinVest จะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักรูปแบบของการฟื้นตัวของตลาดทั้ง 6 แบบว่ามีแบบใดบ้าง จำง่ายๆ K V U W L / ซึ่งชื่อแต่ละแบบนั้นมาจากการเรียกชื่อตามกราฟนั่นเอง ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเลย

  • K Shape ธุรกิจเราฟื้นตัวไม่เท่ากัน

เป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อเกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบ K Shape มักจะฟื้นตัวแค่บางอุตสาหกรรมไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งการฟื้นตัวจะเกิดจากการที่ได้รับปัจจัยเชิงบวกต่าง ๆ ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว เช่น กลุ่มเทคโนโลยี ค้าปลีก และ Software Service เป็นต้น แต่ก็ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ฟื้นตัวตามกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว สื่อบันเทิง โรงพยาบาล และ Food Services เป็นต้น

  • V Shape ตลาดฟื้นตัวทันที 

เมื่อเกิดเศรษฐกิจตกต่ำ ตลาดจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ทันที หลังจากนั้นจะเกิดวิกฤตที่หนักกว่าเดิมตามมา ซึ่งการฟื้นตัวแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าการที่เศรษฐกิจตกต่ำในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้มีผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งรูปแบบการฟื้นตัวแบบตัว V เกิดขึ้นได้บ่อย เราจะเห็นได้จากช่วงการระบาดของ COVID-19 เดือนมี.ค. – เม.ย. 2563 ในประเทศจีนที่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการบริโภคไม่ขึ้นอยู่กับต่างประเทศมากนัก

  • U Shape ฟื้นตัวได้แบบไม่ต้องรีบ

การฟื้นตัวรูปแบบตัว U จะคล้ายการฟื้นตัวรูปแบบตัว V แต่เศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นแต่ช้ากว่า โดยตัวอย่างการเกิดเหตุการณ์นี้ จะเห็นได้ในวิกฤตหนี้เอเชียยุค 1990 อย่างวิกฤตต้มยำกุ้ง

  • W Shape เดจาวู เกิดวิกฤตซ้ำ 2 รอบ

การฟื้นตัวในรูปแบบ W นี้ คือ เกิดการถดถอยของเศรษฐกิจรอบแรก แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวจากตลาดหมี (Bear Market) หลังจากนั้นจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบที่สองอีกครั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างเช่น การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้หลาย ๆ ประเทศในยุโรปต้องล็อคดาวน์อีกครั้ง ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำลงด้วยเช่นกัน

  • L Shape ฟื้นตัวได้นิดนึงก็ยังดี

เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เศรษฐกิจกลับไม่ฟื้นตัวเหมือนอย่างเดิมที่เคยเป็น โดยช่วงนี้เศรษฐกิจจะซบเซาต่อเนื่องยาวนานจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ในระดับเดิมได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ “Lost Decade” ของญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ 1990 และวิกฤตการณ์เงิน 2008 เป็นต้น

  • / Swoosh Shape ฟื้นตัวแบบเครื่องหมายถูก

การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น คล้ายเครื่องหมายถูกของโลโก้ Nike ยกตัวอย่างเช่น การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ

โดยเราสามารถติดตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ระยะเวลาการล็อกดาวน์ที่ขึ้นอยู่กับจำนวนการแพร่ระบาด การพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศ โครงสร้างเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลจากสงครามทางการค้า และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว จะทำให้เราสามารถคาดการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนระยะยาวและตั้งรับวางแผนการลงทุนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สามารถสมัครเป็นสมาชิกและเปิดบัญชีการลงทุนผ่านแอป FinVest

แล้วติดปีกการลงทุนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ไปพร้อมกับ FinVest Your Wings Your Ways

 

Source: Investopedia, Straight, CNBC, Weforum

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน