การลงทุนในธุรกิจ E-Commerce มีความน่าสนใจอย่างไร ?

ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ยอดค้าปลีกออนไลน์คิดเป็นเพียง 5% ของยอดค้าปลีกทั้งหมดของโลก แต่เมื่อปี 2018 อุตสาหกรรม E-Commerce โดยรวมมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวขึ้น 18% และคาดว่าในสิ้นปี 2021 ธุรกิจ E-Commerce จะมีมูลค่าถึง 4.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

จะเห็นได้ว่าธุรกิจ E-Commerce ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะเกือบทุกประเทศทั่วโลกมียอดการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น แล้วข้อดีของการทำธุรกิจ E-Commerce มีอะไรบ้าง ?

  1. ต้นทุนถูกลง ต้นทุนถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ ซึ่งต้นทุนที่ถูก เกิดจากไม่มีค่าเช่าหน้าร้าน ค่าใช้จ่ายพนักงานขายสินค้า เป็นต้น
  2. สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ และวางแผนนําเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เหมาะสม
  3. สามารถคาดการณ์และบริหารสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เจาะลึก 2 ยักษ์ใหญ่ E-Commerce ฝั่งสหรัฐฯ และจีน

  1. Amazon

แอมะซอน (NASDAQ:AMZN) คือหนึ่งในบริษัทผู้ทำธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ได้รับประโยชน์จากวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้มากที่สุด แอมะซอนไม่ได้ขายเฉพาะหนังสืออีกต่อไป แต่บริษัทได้พัฒนาการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ให้สามารถซื้อสินค้าได้จากทั่วทุกมุมโลก จากความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น หุ้น Amazon จึงเป็นหุ้นที่มีอนาคตและสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

Amazon ทำธุรกิจอะไรบ้าง ?

  • Online Stores ร้านค้าออนไลน์ Amazon.com เว็บไซต์สำหรับซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 14.85% (YoY)
  • Physical Stores ร้านค้าปลีก สำหรับซื้อ-ขายสินค้าหน้าร้าน มีรายได้เติบโตลดลง 0.18% (YoY) เนื่องจากการแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้การเดินทางไปซื้อสินค้าโดยตรงกับหน้าร้านลดลง
  • 3rd Party Seller บริการคลังสินค้า และส่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ Amazon เช่น Fulfillment by Amazon มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 26.57% (YoY)
  • Subscription Services เว็บไซต์ดูหนังออนไลน์ Amazon Prime ที่เป็นคู่แข่งกับ Netflix และแอป Streaming เพลง Music unlimited  มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 35.59% (YoY) 
  • Amazon Web Services ธุรกิจคลาวน์ให้บริการเก็บข้อมูล มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 36.53% (YoY)
  • ธุรกิจอื่น ๆ ในเครือ Amazon เช่น IMDb ซึ่งเป็นเว็บไซต์บริการรีวิวและจัดอันดับหนังออนไลน์ และ Twitch เว็บไซต์สำหรับแคสเกมออนไลน์ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 39.25% (YoY)
  1. Alibaba

ตามมาด้วยยักษ์ใหญ่อาลีบาบา (NYSE:BABA) แพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยมีรูปแบบการซื้อขาย B2B2C แม้ว่าจะก่อตั้งหลังจาก Amazon ได้ไม่นาน แต่ปัจจุบันกลับทำรายได้และกำไรชนะ Amazon ได้อย่างขาดลอย โดยเฉพาะช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมาทุกแพลตฟอร์มของ Alibaba ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม

Alibaba ทำธุรกิจอะไรบ้าง ?

  • E-Commerce ร้านค้าออนไลน์ Alibaba.com เว็บไซต์สำหรับซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 35% (YoY)
  • Cloud Computing ธุรกิจคลาวน์ให้บริการเก็บข้อมูล มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 62% (YoY)
  • Digital Media & Entertainment เว็บไซต์ดูหนัง ซีรีส์ ออนไลน์เปรียบเสมือน Youtube ที่คนจีนเรียกกันว่า Youku มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 12% (YoY)
  • Innovation Innitiative & Others แอปสุดเจ๋งที่คนจีนนิยมใช้ทำงานผ่านในองค์กรอย่าง DingTalk และธุรกิจอื่น ๆ ในเครือ Alibaba มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 42% (YoY)

 

 

สามารถลงทุนในกองทุนทั่วโลกได้ง่ายดาย ผ่านแอป FinVest 

แล้วติดปีกการลงทุนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ไปกับ FinVest Your Wings Your Ways

Powered by: Robowealth, CNBC, Statista

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

แค่โหลดและเปิดบัญชีสำเร็จ รับเงินเข้าบัญชี FinVest  200 บาท!

ผ่าน E-Wallet สำหรับลูกค้าใหม่ที่ลงทะเบียน และเปิดบัญชีลงทุนครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชัน FinVest

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 – 31 มี.ค. 64

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน