หลังจากตอนก่อนหน้า ทางเราได้เปิดต้นปีด้วยภาพระยะสั้นจากทาง Schroders กันไปแล้ว (อ่านได้ที่ https://www.finvest.co.th/5themesschroders22/) คราวนี้เราจะมาให้มุมมองเกี่ยวกับภาพการลงทุนระยะยาวกันต่อ แน่นอนว่าการมองภาพระยะยาว 5 ปีขึ้นไป คงไม่มีใครที่เราเห็นว่าเหมาะสมเท่ากับ Baillie Gifford เจ้าของปรัชญา Long-Term Philosophy

Baillie Gifford เป็นใคร

Baillie Gifford เป็นบริษัทจัดการการลงทุนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1908 โดยคุณ Augustus Baillie และคุณ Carlyle Gifford โดยมีแนวคิดสืบสานปณิธานในการลงทุนระยะยาว ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) อยู่ที่ราว ๆ 466.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูลจาก 30 กันยายน 2021) และพนักงานกว่าหลายพันชีวิต จากหลากหลายสายอาชีพ เพื่อทำความเข้าใจตัวธุรกิจอย่างท่องแท้ ปัจจุบันบริหารงานโดยคุณ Andrew Telfer

Baillie Gifford
เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนที่เรียกได้ว่าโดดเด่นและแตกต่าง
แล้วอะไรอะไรที่ทำให้ บริษัทนี้โดดเด่นและแตกต่างจากบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ?


สรุปภาพรวม อะไรที่ทำให้ Baillie Gifford โดดเด่นและแตกต่าง ?

ต้องบอกว่าที่ Baillie Gifford โดดเด่นได้ขนาดนี้เพราะด้วยการรักษาปรัชญาและวัฒนธรรมขององค์กรอย่าง Actual Investor หรือการเป็นนักลงทุนที่แท้จริงเอาไว้ โดยนิยามของคำว่าการเป็นนักลงทุนที่แท้จริง ถ้าให้สรุปง่าย ๆ คือการมองภาพใหญ่ระยะยาวระดับทศวรรษ แล้วจึงทำการลงทุนระยะยาว ไม่ได้มองแค่รายไตรมาศ แต่การกระทำในลักษณะนั้นจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าทางกองทุนไม่กล้าฉีกกรอบเดิม ๆ อย่างการยึดติดกับดัชนีชี้วัด โดยแนวทางการต่อชิ้นส่วนเพื่อนำมารวมเป็นภาพใหญ่นั้น ทางกองทุนได้มีการสนับสนุนให้บุคคลากร สร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ๆ ด้วยชุดคำถามใหม่ ๆ ที่แปลกแหละแหวกแนวอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเราเข้าใจในปรัชญาของ Baillie Gifford กันแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาที่จะได้ศึกษาว่ามีธีมใดบ้าง ที่ทางกองทุนมองว่าจะมาปฏิวัติอนาคต


4 ธีมการลงทุนที่ Baillie Gifford มองว่าจะมาปฏิวัติอนาคต

คำกล่าวที่ว่า “Data is the new oil” ตอนนี้คงไม่ไกลเกินความเป็นจริงเท่าไรนัก เนื่องมาจาก 4 ธีมแห่งอนาคตที่ Baillie Gifford ยกขึ้นมานั้น ล้วนก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้ว 4 ธีมที่ว่ามานั้นมีอะไรบ้าง
.

1. Biotechnology จะมาปฏิวัติวงการ Healthcare

มนุษย์พยายามไขความลับของร่างกายมานานหลายพันปี แต่แล้ววิวัฒนาการระดับก้าวกระโดด พึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยวิทยาการทางด้านข้อมูล ที่สามารถจัดการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้ง่ายดายกว่าและแม่นยำกว่าแต่ก่อน ส่งผลให้ทุกวันนี้มนุษย์มีความเข้าใจในชีววิทยาของร่างกายอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ความเข้าใจชีววิทยาเชิงลึกนี้ สามารถปฏิวัติทั้งวงการแพทย์ให้ดีขึ้น และการแพทย์ที่ดีขึ้นช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์มีความรู้ที่เรียกว่าน้อยมาก เกี่ยวกับร่างกายของเรา แต่ความลับนี้กำลังถูกไขออกเรื่อย ๆ ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Next-Generation Sequencing (NGS) หรือการอ่านรหัสพันธุกรรมแบบใหม่ของทาง lllumina เพื่อเข้าใจการเรียงลำดับของยีนต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง เพราะเหตุนี้ การที่เราเข้าใจกลไกของร่างกายในระดับที่เล็กที่สุด จะส่งผลต่อการรักษาในอนาคตที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าการเข้าใจความลับของธรรมชาตินั้น นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีคือ argenx ซึ่งปัจจุบันได้พยายามพัฒนาการรักษาแบบพุ่งเป้าเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ตัวเอง โดยเน้นไปที่การรักษาเซลล์ที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ตัวเองโดยตรง หรือ Moderna ที่ใช้เทคโนโลยี NGS เพื่อนำมาสร้างวัคซีนเฟสแรกได้ในเวลาเพียงแค่ 45 วัน นับจากได้ตัวอย่างการเรียงตัวของไวรัสชนิดดังกล่าว

ในเมื่อข้อมูลสามารถพลิกโฉมอุตสาหกรรมการแพทย์ได้
นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีดังกล่าวก็สามารถพลิกอุตสาหกรรมอื่นได้เช่นกัน

และอุตสาหกรรมที่ต้องการข้อมูลของผู้ใช้งาน
เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์มากเป็นอันดับต้น ๆ เลยคือ
ธุรกิจ E-commere

2. Cashless World โลกใบใหม่ที่ไร้เงินสด

วิธีการที่บริษัท E-commerce ต่าง ๆ เลือกใช้ในการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้า คือการสร้างระบบ Payment ขึ้นมาผ่านแอพพลิเคชั่น ตัวอย่างเช่น WeChatpay ของทาง Tencent หรือ ShopeePay ของทาง Sea Limited ด้วยเหตุดังกล่าว ส่งผลให้โลกใบนี้กำลังหมุนไปสู่สังคมที่ไร้เงินสด ด้วยการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึกผ่านยอดการใช้จ่าย ทำให้ยอดขายของบริษัทเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
การจ่ายเงินที่ง่ายขึ้นไม่เพียงเปิดโอกาสให้กับผู้ค้ารายใหญ่เท่านั้น รายย่อยก็มีสิทธิที่จะค้าขายออนไลน์เช่นกัน Shopify เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้มีโอกาสสร้างเว็ปไซต์สำหรับขายของแบบสำเร็จรูป ซึ่งง่ายแก่การขายของขึ้นมา

ทว่าการจะให้โลกของการค้าขายออนไลน์เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืนนั้น มือถือที่ทันสมัยและอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วรองรับระบบดังกล่าวถือเป็นเรื่องจำเป็น TSMC และ ASML ผู้คุมเทคโนโลยีการผลิตชิพที่รองรับเทคโนโลยีทันสมัยอย่าง 5G จึงเหมือนเป็นกระดูกสันหลังของของธีมดังกล่าว

นอกจากสังคมไร้เงินสดแล้ว
แต่ยังมีอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาผลลัพธ์ให้ออกมาดีและคุ้มค่าที่สุด
นั่นคืออุตสาหกรรมผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

 

3. Sustainable Food การผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

ธุรกิจการเกษตรนั้นเป็นที่ธุรกิจที่สำคัญ แต่ทว่ากำไรเพียงน้อยนิด ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต ลดการสูญเสีย จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

เพื่อให้ผลผลิตออกมามีคุณภาพยิ่งขึ้น การติดตั้งกล้อง และ เซนเซอร์ เพื่อตรวจวัดปริมาณที่จำเป็นต่อการปลูกพืช และประมวลผลออกมาได้อย่างรวดเร็ว

รถแทรคเตอร์อัจฉริยะของ Deere & Co เป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมนี้ ตัวอย่างเช่นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่สามารถแยกระหว่างผลผลิตกับวัชพืชออกจากกัน นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเกี่ยวได้แม้ไร้คนขับ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงสุด

แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องอาศัยการผนวกรวมนวัตกรรมหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่นการใช้ Cloud เพื่อจัดเก็บข้อมูลและประมวลผล โดยผู้ให้บริการรายหลักของทาง Deere & Co คือ AWS หรือ cloud ของ Amazon นั่นเอง

แต่ปัญหาเรื่องผลผลิตน้อยและไม่มีคุณภาพเป็นเพียงแค่ปัญหาเดียว ปัญหาอีกอย่างของธุรกิจการเกษตรและผลิตอาหารในปัจจุบันนั้น เดิมนอกจากจะกำไรน้อยแล้ว แต่ยังเป็นธุรกิจที่สร้างก๊าซเรือนกระจกหรือทำให้โลกร้อนสูงมากอีกด้วย Beyond Meat เล็งเห็นว่าการผลิตทดแทนเนื้อสัตว์แทนจากพืชนั้น ช่วยประหยัดต้นทุน เพิ่มปริมาณ ดีต่อสุขภาพ และที่สำคัญช่วยให้โลกมีอากาศที่ดีขึ้นจากการเกษตรได้

แต่นอกจากอุตสาหกรรมการผลิตอาหารแล้ว
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม
ยังเริ่มปรับตัวเพื่อลดคาร์บอนเพื่อโลกใบใหม่ที่ดีขึ้นอีกด้วย


4. Future of transport การเดินทางของวันพรุ่งนี้

ทุกวันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรถใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ใช้ไฟฟ้า เนื่องจากปัญหาเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้นำในธุรกิจนี้คือ Tesla

แต่แท้จริงแล้วการเดินทางในอนาคตยังมีอะไรที่ไปได้ไกลกว่า และรักโลกยิ่งกว่า ตัวอย่างเช่น การเดินทางด้วยเครื่องบินรับส่งไฟฟ้า (eVTOLs) ที่ Baillie Gifford ได้ไปลงทุนในบริษัท Joby Aviation หรือไม่ว่าการเดินทางผ่านแอพพลิเคชั่นเรียกรถอย่าง Lyft ที่ทำให้เราประหยัดเวลาในการหาที่จอด และปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่การพัฒนารถยนต์ไรคนขับ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวอีกด้วย แต่ระดับ Baillie Gifford แล้ว พวกเขายังมองไปไกลกว่านั้น พวกเขามองว่าถ้าการเดินทางมีแนวโน้มที่ง่ายและรวดเร็ว จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยกิจกรรมอื่น ๆ ในทางอ้อมอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้คนจะมีเวลาเล่น Facebook หรือดู Netflix มากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทที่ยกมาสามารถหารายได้จากโอกาสโฆษณาที่เพิ่มมาขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าแค่การเดินทางดีและสะดวกขึ้น สามารถพัฒนาอะไรได้หลายอย่างจริง ๆ

 

ทั้ง 4 ธีมที่ยกมาเรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
และแน่นอนว่าทั้ง 4 ธีมนั้น
ต่างแทรกซึมอยู่ในพอร์ตการลงทุนของทาง Baillie Gifford อย่างแนบเนียน

 

มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าใครอยากลงทุนกับกองทุนจากทาง Baillie Gifford จะทำอย่างไร ? บอกได้เลยว่าทาง FinVest ไม่มีทางพลาดอยู่แล้วที่จะนำเสนอกองทุนดี ๆ ให้ผู้อ่านได้พิจารณากัน จะมีกองทุนใดบ้างนั้น อย่ารอช้า ตามต่อได้เลย


4 ธีมลงทุน กับสุดยอด 5 กองทุนยอดเยี่ยม
ที่ได้รางวัล 5 ดาวจากทาง Morningstar

1.
กอง Offshore
Baillie Gifford Health Innovation

มองหาผู้ชนะรายใหม่ในอุตสาหกรรม ลงทุนครอบคลุมนวัตกรรมการแพทย์ครบทั้ง Value Chain ตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดจนถึงการรักษาแบบใหม่ ๆ

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

– Illumina
– argenx

หรือซื้อกองทุน Onshore กับบลจ ชั้นนำของไทยในธีมเดียวกันได้ที่
SCBIHEALTH(A)

LHHEALTH
SCBIHEALTH(SSF)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finvest.co.th/เกาะเทรนด์-healthcare-ไปกับกองทุ/


2.
กอง Offshore,
Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund

ลงทุนในหุ้นเติบโตทั่วโลกที่มีความสามารถในการแข่งขัน ลงทุนในธีมเด่น ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต
– Tesla
– Moderna
– ASML

หรือซื้อกองทุน Onshore กับ บลจ. ชั้นนำของไทยในธีมเดียวกันได้ที่
ONE-UGG-RA
KFGG-A

SSF
ONE-UGG-ASSF
KFGGSSF

RMF
KFGGRMF

ONE-UGERMF
KFGGRMF

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finvest.co.th/ปรัชญาการลงทุน-ระยะยาว/

 

3.
กอง Offshore
Baillie Gifford Positive Change Fund

รวบรวมหุ้นที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับโลกใบนี้ใน 4 ด้าน ได้แก่ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ,ปัญหาสิ่งแวดล้อม, สุขภาพและคุณภาพการใช้ชีวิต และ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ให้นักลงทุนได้ช่วยโลกง่าย ๆ ผ่านการลงทุน

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต
– Deere & Co
– TSMC

หรือซื้อกองทุน Onshore กับ บลจ. ชั้นนำของไทยในธีมเดียวกันได้ที่
K-CHANGE-A
K-CHANGE-SSF
– K-CHANGE-RMF

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finvest.co.th/k-change-aa-ลงทุนเพื่อการเปลี่ยน/

 

4.
กอง Offshore
Baillie Gifford US Equity Growth

ลงทุนในหุ้นสหรัฐที่มีความสามารถในการแข่งขัน ลงทุนในธีมเด่น ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต
– Shopify
– Netflix

หรือซื้อกองทุน Onshore กับ บลจ. ชั้นนำของไทยในธีมเดียวกันได้ที่
KF-US
KFUSSSF
KFUSRMF

 

กองทุนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
นอกจาก 4 กองทุนที่กล่าวมานั้น ยังมีอีกกองทุนที่ถือได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่ยังไม่ถูกค้นพบ นั่นคือกองทุน Baillie Gifford Asia Ex Japan Fund นั่นเอง

5.
กอง Offshore
Baillie Gifford Asia Ex Japan Fund

ลงทุนครอบการลงทุนทั่วทั้งทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงจากประเทศที่กำลังเติบโตลงทุนแบบ ระยะยาว ในหลักทรัพย์ทั่วภูมิภาคเอเชีย

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต
– Sea Limited
– Tencent


กองทุนทั้งหมดนี้สามารถซื้อที่แอป FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน