ในคราวที่แล้ว เราได้พูดถึงมุมมองของสองกองทุนชื่อดังกันไปแล้ว ถ้าใครสนใจสามารถอ่านได้ที่

มาในคราวนี้เราจะมาต่อกันต่อสำหรับมุมมองการลงทุนของกองทุนที่ขึ้นชื่อได้ว่า บริหารสินทรัพย์มากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นที่น่าสนใจทีเดียวว่ากองทุนดังกล่าวจะให้มุมมองภาพสั้นสำหรับปีนี้และภาพ Megatrend ในอนาคต ไว้อย่างไรบ้าง ?

แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับบริษัทบริหารจัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งก็คือ Blackrock กันก่อน

BlackRock
บริษัทบริหารจัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

Blackrock เป็นบริษัทบริหารจัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1988 โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 9.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยความที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหารมีขนาดใหญ่มาก ๆ ส่งผลให้ทาง Blackrock เอง ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทที่เราคุ้นเคยกันดี อาทิเช่น Apple , Microsoft , Amazon หรือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google อีกด้วย

โดยในปี 2022 ทาง Blackrock เองก็มี Investment Outlook ออกมาให้นักลงทุนได้อ่านกันอีกเช่นเคย ซึ่งเราก็ได้เลือกสรุปใจความที่คิดว่าสำคัญและจำเป็นสำหรับการลงทุนในปีนี้มาฝากกัน

 

ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2022

Blackrock มองว่า ปีนี้นอกจากเราจะต้องอยู่ร่วมกับ Covid-19 แล้ว เรายังต้องอยู่กับเงินเฟ้ออีกด้วย ซึ่งสาเหตุหลักของเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น มาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาเรื่อง Supply Chain ที่ยังคงติดขัดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19
ในส่วนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทาง Blackrock มองว่าวัคซีนเข็ม Booster ถือเป็นอะไรที่สำคัญ นอกจากนี้ ตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลาย ๆ ประเทศ กลับมาอยู่ในช่วง ติดลบ 20 ถึงติดลบ 10 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเกิดการระบาด และคาดว่าจะฟื้นตัวต่ออีกในปีนี้

 

ตลาดประเทศพัฒนาแล้ว มี Valuation ที่น่าสนใจ

จากสถานการณ์ปัจจุบัน Blackrock คาดการณ์ว่า ตลาดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว หรือ DM มี Valuation ที่น่าสนใจ โดยอ้างอิงจากตัวเลข Equity Risk Premium หรือส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล พบว่าในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีค่าเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 25 ปี มากไปกว่านั้น ทาง Blackrock เองยังได้คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มประเทศดังกล่าว จะเติบโตได้ที่ราว ๆ 12-15% อีกด้วย

 

ตลาดประเทศจีน ซึมซับข่าวร้ายไปค่อนข้างมากแล้ว

ในปัจจุบัน ตัวเลข Equity Risk Premium หรือส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่หุ้นจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นมากกว่าพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งตัวเลขของจีนอยู่ที่ราว ๆ 8 % ในขณะที่ของสหรัฐฯ อยู่ที่ราวๆ 4% สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสนใจของหุ้นจีน และทาง Blackrock เองก็เห็นว่าตลาดหุ้นจีนได้ซึมซับข่าวร้ายจากนโยบายของทางการไปมากพอสมควรแล้ว แต่ทางด้านการเติบโต ทาง Blackrock เองมีมุมมองว่า จีนอาจจะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่านี้

 

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Net Zero

โลกกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค net zero emission เห็นได้จากการตื่นตัวของหลายๆประเทศ เช่น ภายในปี 2050 กว่า 137 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายเป็นประเทศที่เป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่ง Blackrock มองว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จำเป็นต้องเป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นไปค่อยไป (a smooth net-zero transition) ซึ่งจะทำให้บริษัทที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนมีเวลาปรับโครงสร้างทางธุรกิจให้เป็นพลังงานสะอาด (clean energy infrastructure) และหันไปพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ ในปัจจุบัน หลาย ๆ ประเทศได้เริ่มต้นตั้งงบประมาณสำหรับการเข้าสู่ Net Zero แล้ว อย่างเช่น EU ที่ตั้งงบประมาณถึง 25% สำหรับการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

 

Telemedicine การแพทย์ทางไกลรูปแบบใหม่ ที่ผู้ใช้เองก็ติดใจ

ภายหลังจากการระบาดครั้งใหญ่ของ Covid-19 ส่งผลให้พฤติกรรมการไปพบแพทย์ของคนทั่วโลกต้องเปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทาง Blackrock ได้ให้ข้อมูลว่า จำนวนผู้ใช้บริการ Telehealth นั้นสูงขึ้นราว ๆ 4 เท่าตัว เมื่อเทียบกับก่อนการระบาด นอกจากนี้ เมื่อสอบถามไปยังผู้ใช้บริการ ยังพบว่า ร้อยละ 83 ของผู้ใช้ทั้งหมดติดใจ และจะใช้บริการในลักษณะนี้ต่อไปแม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลง

จบไปแล้วกับ มุมมองการลงทุนที่สำคัญๆแบบภาพสั้นๆ ในปี 2022 จากทาง Blackrock ที่เรานำมาฝากกัน ทีนี้เรามาต่อกันที่ภาพยาวจากทาง Blackrock ซึ่งได้มีการตั้งธงเอาไว้ว่า การปฏิวัติเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่จะต้องมาแน่ๆ และมาชัวร์

 

Blackrock ตั้งธง การปฏิวัติเทคโนโลยี มาแน่และมาชัวร์

Technology Breakthrough หรือการปฏิวัติเทคโนโลยี เป็นหนึ่งใน Megatrend ที่ทาง Blackrock ชูขึ้นมา โดยให้มุมมองว่า บริษัทจะสามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล ถ้าหากสร้างความต้องการใหม่ ๆ หรือแก้ปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ได้ในปัจจุบัน

ทาง Blackrock มองว่า Technology Breakthrough หรือการปฏิวัติเทคโนโลยี
เป็นสิ่งที่กำลังจะมาแน่ ๆ เพื่อการแก้ปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ในปัจจุบัน
เช่น การรักษาโรคมะเร็งโดยไม่ต้องฉายแสง หรือการค้นหาความต้องการใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่
เช่น การใช้หุ่นยนต์เพื่อช่วยลดเวลาในการผลิตของบริษัทต่าง ๆ

ซึ่งจะทำให้เราได้ Next Generation Technology หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ในอดีตไม่เคยเห็น และปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น อย่างเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ที่คาดว่าจะมาแทนรถยนต์น้ำมัน ซึ่งแบรนด์ที่ดังมากๆ คงหนีไม่พ้น Tesla , เทคโนโลยี Digital Payment อย่างเช่น Alipay ที่สามารถจ่ายเงินได้ผ่านโทรศัพท์ และทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้งานได้สะดวกสบายแทนที่จะต้องจ่ายผ่านธนบัตร , หรือการทำงานผ่านระบบ Cloud ของ Office 365 แทนที่จะต้องดาวน์โหลดโปรแกรมลงเครื่อง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ล้วนให้การใช้ชีวิตของมนุษย์สะดวกสบายยิ่งขึ้น

 

ซึ่งเมื่อเจาะลึกไปที่ข้อมูลตัวเลขที่สำคัญต่าง ๆ เราก็ได้ข้อมูลที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น

  • – Cloud Computer ทาง Blackrock คาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2021 ถึง 19.6 %

    – Global Fintech มีโอกาสเติบโตเฉลี่ยทบต้น 26.87% ไปจนถึงปี 2026 โดยคาดว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มาจากวัยรุ่น Gen Z ในประเทศกำลังพัฒนา (ข้อมูลจาก Yahoo Finance)

    – จะมีการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนที่ใช้ในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ราว ๆ 2 เท่าจากปีนี้ ในอีก 2 ปีข้างหน้า

    – ยาตัวแรกที่เป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าด้วยเทคโนโลยี โมโนโคลนอลแอนติบอดี้ ได้รับการอนุมัติเป็นครั้งแรกของโลกจากทาง FDA เพื่อใช้ในการรักษา Covid-19

    – สหรัฐฯ ตั้งเป้าว่าจะสร้างแท่นชาร์จรองรับรถยนต์ EV ให้มากกว่า 5 แสนแท่น ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว ๆ หนึ่งแสนแท่น

การเปิดตลาดใหม่ที่กว้างขวางและหลากหลายขึ้นจากในอดีต เป็นโอกาสลงทุนมหาศาลที่ทาง Blackrock เล็งเห็น และเป็นที่แน่นอนว่ามาถึงตรงนี้ เราเองก็มีกองทุนที่เป็น Thematic Investing ที่น่าสนใจ มาฝากกันอีกเช่นเคย ถ้าพร้อมแล้วไปเปิดโอกาสการลงทุน ต่อกันที่ด้านล่างได้เลย


แนะนำ 6 กองทุน

1.
BGF World Healthscience A2

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ (healthcare) เภสัชกรรม (pharmaceuticals) เทคโนโลยีทางการแพทย์ (medical technology) และ เทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology)

ทำไมต้องกองนี้

ปัจจุบันการแพทย์ได้ผนวกรวมกับเทคโนโลยีข้อมูล ทำให้โอกาสเติบโตและโอกาสใหม่ ๆ ยังมีอีกมาก

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

  • – UNITEDHEALTH GROUP
    ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพและประกัน มีผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและบริการประกันภัย ติดอันดับ 8 บริษัทที่มีรายรับมากที่สุดในโลก

    – ASTRAZENECA
    บริษัทเภสัชกรรมรายใหญ่ของโลกซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีน Covid-19 นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญด้านยาสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือด เมตาบอลิซึม ระบบประสาท ทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และ เนื้องอก

    – PFIZER
    บริษัทเภสัชกรรมและเทคโนโลยีทางชีวภาพรายใหญ่ของโลก เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีน Covid-19 และตัวยาชนิดอื่นๆอีกมากมาย
    .
    .
    .
    .

2.
BGF Sustainable Energy A2

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน (sustainable energy) ทั่วโลก โดยบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนคือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานทางเลือก และ เทคโนโลยี่ที่เกี่ยวกับพลังงาน เช่น เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงทางเลือก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ถ่านหิน วัสดุสิ้นเปลือง การสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าด ตามการกำหนดของ Global Industry Classification Standard

ทำไมต้องกองนี้

ปัจจุบัน ประเทศทั่วโลกมีความตื่นตัวเรื่องปัญหาสภาพแวดล้อม
ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้
ด้วยการหันมาใช้พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีศักยภาพและโอกาสที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต


ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

  • – SCHNEIDER ELECTRIC SE
    คอยให้บริการจัดหาดิจิทอลโซลูชั่นด้านพลังงานและระบบอัตโนมัติเพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืน

    – SAMSUNG SDI CO.,LTD.
    เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จได้สำหรับอุตสาหกรรม IT ยานยนต์ รวมถึงการพัฒนาวัสดุที่ใช้เพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์ จอแสดงผล และแผงโซล่าเซลล์

    – ATLAS COPCO
    เป็นผู้นำเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านงานอุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ คอยจัดหาโซลูชั่นในการเพิ่มผลิตภาพให้กับอุตสาหกรรมเกือบทุกประเทศทั่วโลก

..
.

3.
BGF World Technology A2

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้ได้อย่างโดดเด่น การันตีผลงานด้วยรางวัล Morning Star 5 ดาว

ทำไมต้องกองนี้

ลงทุนในบริษัทที่มีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง
สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ มีการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในประเทศสหรัฐฯ

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

  • – APPLE
    ผู้พัฒนาอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกอย่าง iPod, iPhone, iPad, Mac เเละ Apple Watch

    – MICROSOFT CORP
    หนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows และ Microsoft Offices ที่คิดว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดี

    – ALPHABET
    บริษัทแม่ของ Google Search Engine ที่คิดว่าทุกคนคงรู้จักกันดี
  • .
    .

4.
BGF FinTech A2

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีความโดดเด่นในการประกอบธุรกิจทั้งด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิต และหรือ การบริการ ของเทคโนลียี ที่นำมาประยุกต์ใช้กับบริการทางการเงิน (Financial Services) โดยมีจุดมุ่งหมายในการเข้ามาแทนที่การบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม

ทำไมต้องกองนี้

FinTech เป็นธีมที่มีโอกาสเติบโตได้สูงมากในอนาคต
จากการเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงของคนทั่วโลก

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

  • – CAPITAL ONE FINANCIAL CORP
    นอกจากจะเป็นธนาคารแล้ว Capital one ยังทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing และ AI เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และทำให้งานธนาคารง่ายขึ้น

    – AMERICAN EXPRESS
    ธนาคารบัตรเครดิตสัญชาติอเมริกา ปัจจุบันกำลังก้าวเข้ามาสู่ตลาด BNPL หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง

    .
  • – JPMORGAN CHASE & CO
    ธนาคารชื่อดังจากสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันกำลังพัฒนา Payment Solution หลากหลายรูปแบบ และกำลังก้าวเข้าสู่การพัฒนาระบบจ่ายเงินด้วย Blockchain อีกด้วย

    .
    .
    .

5.
BGF Next Generation Technology A2

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีความโดดเด่นในการประกอบธุรกิจทั้งด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิต และหรือ การบริการ ของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หุ่นยนต์ (robotics) การวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี (technological analytics) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ระบบการชำระเงิน (payment systems) เป็นต้น

ทำไมต้องกองนี้

ลงทุนในธีมเทคโนโลยียุคใหม่ ที่มีโอกาสสร้างตลาดใหม่และก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในบริษัทที่สำคัญของโลก

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

  • – LASERTEC
    บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตเครื่องมือวัดและตรวจสอบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ที่พยายามพัฒนานวัตกรรมการผลิตแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    – KAKAO
    เป็นผู้ให้บริการ mobile messaging application KakaoTalk แอปแชตอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ และ โซเชียลแพลตฟอร์ม

    – ON SEMICONDUCTOR
    ผู้นำในการหาโซลูชั่นด้านพลังงานด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์เซนเซอร์ ซึ่งถูกน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย


สำหรับตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ยังไงก็อย่าลืมติดตามบทความดี ๆ ทุกอาทิตย์ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลงทุนกองทุนเด็ด ๆ ที่ทางเราคัดมาให้ด้วยนะ

กองทุนทั้งหมดนี้สามารถซื้อที่แอป FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน