หลังจากโลกได้รู้จัก Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก นวัตกรรมทางการเงินก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในทุกวันนี้ Cryptocurrency หรือ Digital Asset เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยสินทรัพย์เหล่านี้นั้น ถูกหนุนด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Blockchain ระบบที่เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และ ปลอดภัย ผ่านการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์กลาง

ปัจจุบัน ขนาดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

มีมูลค่าอยู่ที่ราว ๆ 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือใหญ่กว่า GDP ของประเทศไทยประมาณ 4 เท่า

ด้วยความที่เทคโนโลยีนี้ยังค่อนข้างใหม่ ส่งผลให้ตลาดจึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก อ้างอิงข้อมูลจาก Research Gate คาดการณ์ว่า ตลาดของเทคโนโลยี Blockchain ในปี 2030 จะโตขึ้นได้อีกราว ๆ หนึ่งร้อยเท่า เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2021 เนื่องมาจากจำนวนผู้เข้าถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันตัวเลขผู้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล มีเพียงแค่ 80 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขราว ๆ 1 % ซึ่งยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับประชากรโลกที่ปัจจุบันมีราว ๆ 8000 ล้านคน  (ข้อมูลจาก Statista 30 ธันวาคม 2021)

บริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ เองก็มีการตื่นตัวในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเรื่องเด่นประเด็นร้อนในตอนนี้คือ Gulf บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ที่ปัจจุบันได้มีความร่วมมือกับ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายเหรียญดิจิทัล ที่มีปริมาณการซื้อขายอันดับหนึ่งของโลก โดยปัจจุบันบัญชีซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกร พบว่ามีบัญชีราว ๆ หนึ่งล้านสี่แสนบัญชี ถือเป็นครึ่งหนึ่งของบัญชีซื้อขายหุ้นทั้งหมด และจากข้อมูลของทาง Triple-a บริษัททางด้าน Digital Payment สัญชาติสิงคโปร์ พบว่าคนไทยมีการเข้าถึงสกุลเงินดิจิทัลเพียงแค่ 5.2% เท่านั้น


การจับมือครั้งสำคัญนี้

สะท้อนให้เห็นอีกหนึ่งการก้าวเข้าสู่ Megatrend

ของธุรกิจที่มองเห็นโอกาสเติบโตมหาศาลกับเทคโนโลยี Blockchain

 

.

กองทุน แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน
(ASP-DIGIBLOC)

เป็นอีกหนึ่งกองทุน ที่มองเห็นโอกาสตรงนี้ ที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain อย่างเต็มตัว และกำลังจะเปิดขาย IPO เป็นครั้งแรกในระหว่าง วันที่ 18-26 มกราคม 2565 ในโอกาสนี้ทีม FinVest จึงถือโอกาสหยิบกองทุนนี้มาแนะนำให้ฟังกัน ว่ามีความน่าสนใจและน่าลงทุนอย่างไรบ้าง แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาทำความรู้จักเทคโนโลยี Blockchain กันแบบคร่าว ๆ กันก่อน
.

เทคโนโลยี Blockchain รวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุน มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบย้อนกลับได้ทันที ทำให้เกิดสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Digital Asset

เทคโนโลยี Blockchain มีคุณลักษณะการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลแบบกระจายศูนย์ ทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวกลาง ทำให้การทำธุรกรรมหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลที่ถูกบันทึกลงไปในแต่ละบล็อค ซึ่งแต่ละบล็อคนั้นเชื่อมต่อกัน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เหตุนี้เองจึงทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ และนอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมยังสูงกว่า ประหยัดเวลาดำเนินการ และต้นทุนยังต่ำกว่าอีกด้วย

ด้วยเทคโนโลยีนี้เอง จึงก่อให้เกิดสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Digital Asset ที่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง Cryptocurrency โดยในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายมาเป็นกระแสที่ทั่วโลกแม้กระทั่งสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เองยังให้ความสนใจ เมื่อมาถึงตรงนี้เราจะขอพูดถึงว่า Digital Asset แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

  • 1. Cryptocurrency
    สกุลเงินดิจิทัลที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง และใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนในโลก Digital
  • 2. Digital Tokens
    หรือสินทรัพย์ซึ่งเมื่อถือครองไว้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุน อาทิเช่น เงินปันผลหรือสิทธิในการโหวตจากการถือเหรียญเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมี Tokens อีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีอรรถประโยชน์ในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง อาทิเช่น NFT หรือ Non-Fungible Token ซึ่ง Tokens แต่ละเหรียญไม่สามารถแทนกันได้ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำ NFT มาใช้ในวงการศิลปะ หรือเกม เป็นต้น

แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้น

นวัตกรรม Blockchain ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่อุตสาหกรรมการเงินเท่านั้น

แต่ยังสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย

.
Blockchain ไม่ได้จำกัดแค่ในอุตสาหกรรมการเงิน

แม้ว่า Blockchain จะมีจุดกำเนิดเพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin อย่างไรก็ดีตอนนี้เทคโนโลยี Blockchain ไม่ได้หยุดอยู่ในสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น แต่เทคโนโลยีนี้ ยังแทรกซึมเพื่อเสริมสมรรถนะของหลาย ๆ อุตสาหกรรมอื่น ในด้านต่างๆอีกด้วย ดังต่อไปนี้

  • Supply Chain :
    ห้างสรรพสินค้า Walmart ที่มีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการตรวจสอบอาหารว่ามีที่มาจากไหน ภายในเวลา 2 วินาที ซึ่งจากเดิมใช้เวลาราว ๆ 6 วัน
  • Government :
    เริ่มมีการทดลองใช้เทคโนโลยี Blockchain สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในเมือง Kaga ในประเทศญี่ปุ่น
  • Healthcare: Massachusetts General Hospital
    ได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาเก็บข้อมูลสุขภาพของคนไข้ อาทิเช่น ข้อมูลการรักษา ประวัติการแพ้ยา เป็นต้น
  • E-Commerce: Alibaba
  • ได้มีการเริ่มนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งได้โดยละเอียด
  • Real Estate:
  • มีการเริ่มนำระบบ Blockchain มาใช้เก็บข้อมูลในการแบ่งการเป็นเจ้าของที่ดินแทนการถือโฉนด

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2030

ขนาดตลาดที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain จะมีขนาดถึงราว ๆ 37 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แล้วตัวเลขการเติบโตของ Digital Asset น่าสนใจมากขนาดไหน ?

.
.
การเติบโตของทั้งเทคโนโลยี Blockchain และ Digital Asset

ปัจจุบัน ขนาดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อยู่ที่ราว ๆ 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือใหญ่กว่าGDP ของประเทศไทยประมาณ 4 เท่า

นับตั้งแต่อดีต เทคโนโลยี Blockchain นั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนมาทั้งตัวเลขการเติบโตของบริษัทที่มีการทำ Digital Transformation ซึ่งทั้งรายได้รวมและขนาดตลาดรวมของทั้งกลุ่มมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญ

ข้อมูลจาก ResearchGate คาดการณ์ว่า ตลาดของเทคโนโลยี Blockchain ในปี 2030 จะโตขึ้นราว ๆ หนึ่งร้อยเท่า เทียบกับเมื่อปี 2021 เนื่องมาจากจำนวนผู้เข้าถึงเทคโนโลยีที่มากขึ้น

ซึ่งโอกาสการเติบโตที่มหาศาลนี้ ได้สะท้อนโอกาสในการลงทุนในตลาดนี้เช่นกัน โดยสามารถสังเกตได้จากผู้เล่นรายเก่าที่เริ่มหันมาสนใจโลก Blockchain มากยิ่งขึ้น

 

ผู้เล่นรายใหญ่หน้าเก่า ตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ด้วยตัวเลขคาดการณ์การเติบโตที่สูงขนาดนี้ ไม่แปลกใจที่น่านน้ำแห่งนี้ดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่ แต่หน้าเก่า ให้ตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นกรณี Gulf ที่ยกขึ้นไปก่อนหน้า หรือจะเป็นในฝั่งธนาคารชั้นนำของโลกอย่าง J.P. Morgan ที่สร้าง JPM Coin เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมในรูปแบบ Blockchain อีกด้วย

หรือใกล้ตัวขึ้นมาหน่อยคงเป็นดีลอย่าง SCBx ที่เข้าไปทำดีลกับบริษัท Bitkub แพลตฟอร์มซื้อขาย Crypto อันดับหนึ่งในประเทศไทยในปัจจุบัน โดยซื้อไปในราคาราว ๆ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากผู้เล่นในภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐเองก็มีความตื่นตัวต่อเรื่องนี้เช่นกัน โดยภาครัฐหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้เริ่มทำการศึกษา CBDC (Central Bank Digital Currency) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของรัฐ โดยสามารถใช้จ่ายได้ไม่แตกต่างจากธนบัตร แต่แค่ออกมาในรูปแบบของดิจิทัล

ประโยชน์ของการใช้งาน CBDC คือการปรับปรุงพัฒนาระบบชำระเงินให้ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ความรวดเร็ว และลดต้นทุนที่เกิดจากการผลิตเหรียญหรือธนบัตร มากไปกว่านั้น การที่รัฐต่าง ๆ ออกสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถืออีกด้วย

 

เวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนใน Blockchain คือเมื่อสิบปีที่แล้ว เวลาที่ดีรองลงมาคือตอนนี้

เหรียญ Bitcoin ถูกคิดค้นครั้งแรกในปี 2010 ด้วยบุคคลที่มีนามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นที่รับรู้ตรงกันว่าราคาของ Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยมา แน่นอนว่าเราไม่สามารถย้อนอดีตเพื่อกลับไปลงทุนในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในตอนนั้นได้ แต่เวลาที่ดีรองลงมาในการลงทุนในธีม Blockchain คือวันนี้

Blockchain นั้นถูกมองว่าเป็นอินเทอร์เน็ตแห่งยุคอนาคต

และจะเปลี่ยนชีวิตเราอีกครั้งเหมือนที่อินเทอร์เน็ตพาเรามาสู่สิ่งที่เรียกว่า Digital Transformation

ซึ่ง ณ วันนี้เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น

จึงมีโอกาสอย่างมากที่เราจะเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอีกไม่กี่ปีจากนี้

ถ้าหากใครสนใจ อยากลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี Blockchain

 

FinVest แนะนำกองทุน IPO น้องใหม่อย่าง
ASP-DIGIBLOC
กองทุนธีม Blockchain โอกาสแห่งโลกอนาคต

 

นโยบายการลงทุนของ ASP-DIGIBLOC

กองทุนไม่ได้ลงทุนหรือเทรดเพื่อแสวงหากำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แต่มีเป้าหมายการลงทุนหลักใน ETF ที่ลงทุนในบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนสูง หรือบริษัทที่ใช้ หรือที่พัฒนาเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของสกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากเป็นระบบบันทึกธุรกรรมและรายละเอียดต่างๆ ที่สามารถบันทึกในหลายที่พร้อมกันโดยไม่มีที่เก็บข้อมูลส่วนกลางและไม่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลง และแทรกแซงได้ จึงถือเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนระบบสกุลเงินดิจิทัล การลงทุนในลักษณะนี้จึงลดความเสี่ยงและกระจายพอร์ตการลงทุนได้ดีกว่า

ETF หลักที่กองทุนนี้เข้าไปลงทุนคือ VanEck Digital Transformation ETF (75%)

บริหารโดย VanEck ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริหารจัดการกองทุนชั้นนำในสหรัฐฯ

และที่เหลือ (25%) จะพิจารณาลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Blockchain และ Digital Asset

.
VanEck เป็นใคร ?

VanEck เป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนชั้นนำในสหรัฐ และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่รวมถึงการลงทุนในธีมแห่งอนาคต เช่นธีม Digital Asset เป็นต้น โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารราว ๆ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

.

ปรัชญาการลงทุนของ VanEck Digital Transformation ETF

  • – No Direct Exposure in Cryptocurrency
    กองทุนมีนโยบายการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Assets เกินกว่าร้อยละ 50 หรือมีศักยภาพในอนาคตที่จะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Assets สัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 50 โดยไม่ได้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
  • – Pure Play
  • มี Exposure ทางอ้อมใน Cryptocurrency ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Assets และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม แต่มีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าการลงทุนใน Cryptocurrency โดยตรง
  • – Wide Variety of Business Lines
  • กองทุนมีการกระจายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Assets คลอบคลุมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านธุรกิจการขุดเหมืองคริปโตฯ การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล, ธนาคารตัวกลางด้านสกุลเงินดิจิทัล และธุรกิจด้านซอฟต์แวร์อื่นๆ

ซึ่งการที่กองทุนหลักเลือกลงทุนผ่านกอง ETF เองก็มีข้อดีในเรื่องการลดความเสี่ยง เนื่องจาก ETF ถือหุ้นหลายตัวส่งผลให้ความผันผวนต่ำกว่าการถือสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง นอกจากนี้กองทุน ETF ยังได้รับการกำกับดูแลโดยรัฐ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าอีกด้วย แล้วอย่างนี้ ธีมที่ VanEck Digital Transformation เน้นลงทุนนั้นมีอะไรบ้าง

.
VanEck Digital Transformation ลงทุนใน 7 ธีม

  • – Payment Gateway
    บริษัทที่ให้บริการดำเนินการชำระเงินบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการซื้อขาย ด้วยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ตัวอย่างบริษัทเช่น Block
  • – Hardware
    บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับการขุดหรือเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Semiconductor ตัวอย่างบริษัทเช่น Canaan
  • – Crypto Miners
    บริษัทที่ทำหน้าที่ประมวลผลธุรกรรมระหว่างผู้ใช้บัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ หรือนักขุด ตัวอย่างเช่น Marathon Holding
  • – Exchanges
    บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวอย่างเช่น Coinbase
  • – Crypto Holding and Trading
    บริษัทที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลใน Balance Sheet หรือมีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนมาก เช่น Microstrategy
  • – Software and Value Added Services
    บริษัทที่สร้างซอฟต์แวร์หรืออำนวยความสะดวกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ดิจิทัล ตัวอย่างเช่น Northern Data
  • – Banking & Asset Management
    บริษัทที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างระบบการให้บริการทางการเงินรูปแบบดั้งเดิม และระบบการเงินสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ ที่อาจอยู่ในรูปแบบการชำระเงินหรือดูแลลูกค้า

.
ตัวอย่างบริษัทที่ VanEck Digital Transformation ETF (DAPP) ลงทุน

  • Coinbase
    บริษัทผู้เป็นศูนย์กลางซื้อขายเหรียญสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ในสหรัฐ รองรับธุรกรรมด้านเหรียญสกุลเงินดิจิทัลกว่า 90 สกุลเงิน บริษัทมีสินทรัพย์ในแพลตฟอร์มกว่า 255,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 13% ของมูลค่าตลาดของเหรียญดิจิทัลทั้งหมด ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทเกิดจากค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน สกุลเงินเหล่านี้ และค่าธรรมเนียมจากการกู้ยืมหรือจัดเก็บเหรียญ
  • – Marathon Digital Holdings
    บริษัทเหมืองขุดบิทคอยน์ (Mining) ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มุ่งเน้นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขุด (Hash Rate) เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตบิทคอยน์ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 2% ของการคำนวณทั้งโลก และบริษัทมีการถือครองบิทคอยน์รวมไว้กว่า 7,000 เหรียญ
  • – Silvergate
    ธนาคารในสหรัฐฯ ที่เป็นผู้นำในด้านการทำธุรกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล โดยมีคู่ค้าที่เราคุ้นเคยในระดับนักลงทุนสถาบันหรือบริษัทชื่อดังอย่าง Paypal หรือ CME group มีการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมถึงการบริการในด้านทำธุรกรรมทางการเงินโดยใช้เหรียญสกุลเงินดิจิทัล โดยธุรกิจของบริษัทเน้นระบบชำระธุรกรรมออนไลน์ทั่วโลกผ่านระบบ Blockchain และบริการให้กู้ยืมเงินกับกลุ่มสถาบัน โดยสามารถใช้บิทคอยน์เป็นหลักประกันเงินกู้ได้
  • – Northern Data
    ให้บริการ Infrastructure สำหรับ Blockchain และ Cryptocurrency ด้วย High-Performance Computing (HPC) ทั้ง ASICS และ GPU-based ทั้งยังโดดเด่นในการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน ด้วย Infrastructure ที่โดดเด่น ( Up to Tier 3 Data Centre Standard ) บริษัทได้เริ่มให้บริการ Cloud Computing สำหรับ Artificial Intelligence, big data analytics, IoT และ graphics renderingซึ่งจะเป็น อีกหนึ่ง Key Driver หลักของบริษัทในอนาคต
  • – BLOCK
    บริษัทด้านการชำระเงินในสหรัฐ ฯ โดยบริษัทดังกล่าวได้เข้าร่วมในแวดวงสกุลเงินดิจิทัลตั้งแต่ปี 2018 แต่เดิมชื่อ SQUARE แล้วได้ทำประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น BLOCK เพื่อแสดงทิศทางของบริษัทในการมุ่งเน้นในธุรกิจด้าน Blockchain มากขึ้น ปัจจุบันเป้าหมายหลักของบริษัทคือการสร้างเครื่องมือเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเศรษฐกิจของผู้บริโภค ทั้งในฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin
  • ตัวอย่างเช่น Cash App แพลตฟอร์มด้านธุรกรรม ในสหราชอาณาจักร ที่ปัจจุบันสามารถลงทุนใน Cryptocurrency ได้ หรือ TBD แพลตฟอร์มที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงบิทคอยน์และบล็อคเชนอื่น ๆ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง

สรุปกองทุน ASP-DIGIBLOC

กองทุน ASP-DIGIBLOC เปิดโอกาสสู่โลกการลงทุนในการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า ไปกับการลงทุนในกลุ่มบริษัทเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยี Blockchain ที่ปัจจุบันเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

ลงทุนผ่าน VanEck Digital Transformation ETF ในสัดส่วนราว ๆ 75%

และลงทุนตรงในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Blockchain และ Digital Asset ราว ๆ 25%

.

สรุปจุดเด่น

  • – ลงทุนโดยได้ประโยชน์จากการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัล
  • – ช่วยกระจายความเสี่ยง เพราะ ETF สามารถถือครองได้มากกว่า 1 สินทรัพย์
  • – มีความง่ายและสะดวกกว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลโดยตรง
  • – กองทุน Digital Asset & Blockchain ETF ถูกกำกับโดยรัฐบาล ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง

 

หากใครที่สนใจการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตในโลกอนาคต ผ่านธีมการลงทุนที่จะสร้างโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี Blockchain กองทุน ASP-DIGIBLOC กำลังเปิดเสนอขาย IPO เป็นครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-26 มกราคม 2565 นี้ อย่าช้า! รีบคว้าโอกาสการลงทุนนี้ไปด้วยกัน

ถ้าหากใครอยากได้กองทุน SSF/RMF

ASP-DIGIBLOC

มีทั้งแบบ ASP-DIGIBLOC-SSF และ ASP-DIGIBLOCRMF

ให้ลดหย่อนภาษีกันตั้งแต่วันนี้เลย 

.
กองทุนทั้งหมดนี้สามารถซื้อที่แอป FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays


ข้อมูลอ้างอิง
https://www.bangkokpost.com/business/2178707/thai-traders-surge-into-crypto-markethttps://www.jpmorgan.com/solutions/cib/news/digital-coin-paymentshttps://www.statista.com/statistics/647374/worldwide-blockchain-wallet-users/https://triple-a.io/crypto-ownership-thailand/https://edition.cnn.com/2021/03/17/business/what-is-nft-meaning-fe-series/index.htmlhttps://www.coindesk.com/tech/2020/12/07/japanese-city-to-trial-blockchain-voting-system/https://www.scb.co.th/th/about-us/news/nov-2564/scbs-bitkub-online.htmlhttps://today.line.me/th/v2/article/VggZoBhttps://www.set.or.th/set/pdfnews.do?newsId=16396118106111&sequence=2021136563

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน