ขอเริ่มต้นเรื่องกับคำถามว่า “เราอยู่ตรงไหนของวงจรเศรษฐกิจ?”
ภาพกว้าง ๆ ตอนนี้ ทาง Schroders ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในช่วงที่เริ่มมีการปลดแรงงานออกเนื่องมาจากการหดตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วงดังกล่าวจะนำไปสู่ช่วงถัดไปของเศรษฐกิจที่หดตัวลง การจับจ่ายใช้สอยน้อยลง และในท้ายที่สุดเงินเฟ้อจะลดลงมาเอง ถ้าพร้อมแล้วเริ่มเจาะลงแต่ละไอเดียกันเลย

.
?1.“มี” สินทรัพย์ไหนในปีนี้ร้อนแรงไปกว่า Bond บ้าง โดยเฉพาะ Investment Grade
มาตรวัดที่ Schroders ใช้อธิบายว่าทำไมการลงทุนใน Investment Grade Credit ถึงควรให้น้ำหนัก มาจากการวิเคราะห์ Interest Coverage Ratio หรือความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งบริษัทที่อยู่ในระดับ Investment Grade นั้น พบว่าปัจจุบันอัตราส่วน Interest Coverage Ratio อยู่บริเวณโซน All Time High แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ค่อนข้างแน่นอน ในขณะที่ด้านมูลค่า ของหลายภูมิภาคเองก็ให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงที่น่าสนใจแล้ว โดยเฉพาะฝั่งของยุโรป สามารถให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงเทียบเท่ากับช่วงโควิดเลยทีเดียว
กองทุนแนะนำ: KT-GCINCOME-A ลงทุนผ่าน Schroder International Selection Fund Global Credit Income เน้นสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภท
?2.ตลาดมี “ความ” กังวลมากเกินไปทำให้ Short Duration High Yield น่าสนใจ
Schroders มองว่าตลาดมีความกังวลและมองโลกในแง่ร้ายเกินไปเกี่ยวกับโอกาสการเกิด Default ทั้งที่จริง ๆ พื้นฐานบริษัทหลายบริษัทยังไหวอยู่ ทำให้ทาง บลจ. มองว่าการลงทุนในตราสารหนี้กลุ่ม High Yield มีความน่าสนใจ ทั้งนี้เพื่อจำกัดความเสี่ยง จึงเลือกซื้อกลุ่มระยะสั้นแทน
อีกจุดสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจคืออัตราผลตอบแทน Yield To Worst หรือ อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่คำนวณจากสมมติฐานว่าผลตอบแทนที่ได้สะท้อนเหตุการณ์เลวร้ายจนเป็นเหตุให้ราคาต่ำสุด (แต่ก็ยังไม่ถึงขนาด Default) พบว่าตราสารหนี้ในกลุ่ม High Yield ในประเทศยูโรโซนและสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นจากช่วง 2-4% เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา (นับจาก 30 กันยายน 2022) มาเป็น 8-11% สะท้อนว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยลบไปเรียบร้อยและมีส่วนชดเชยให้ผู้ลงทุนที่เพียงพอแล้ว
กองทุนแนะนำ: KT-GCINCOME-A ลงทุนผ่าน Schroder International Selection Fund Global Credit Income เน้นสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภท
?3. “สุข” ใดเล่าจะเท่ากับซื้อหุ้นแถวจุดต่ำสุด
จากข้อมูลในอดีตที่ทาง Schroders ได้ทำการศึกษา พบว่าเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงหดตัว ตลาดมักจะปรับตัวขึ้น โดยตลาดมักจะทำจุดต่ำสุดก่อนประมาณ 9 เดือน ก่อนที่ตัวเลขกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะฟื้นตัว
ซึ่งทาง Schorders ได้ให้มุมมองเสริมอีกว่า พวกเขามองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ น่าจะฟื้นตัวในปี 2024 ดังนั้นถ้าเรามองว่าตลาดหุ้นเคลื่อนไหวนำเศรษฐกิจจริง แปลว่าเวลานี้คือเวลาที่ควรจะเริ่มสะสมหุ้นรอได้แล้ว
กองทุนแนะนำ: SCBS&P500A ลงทุนผ่าน iShares Core S&P 500 ETF เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนเข้าใกล้ผลตอบแทนของดัชนี S&P500 มากที่สุด
?4.”ร่ำ” รวยด้วยการหมุนมาถือทอง ลดการถือครองค่าเงินสหรัฐ
ตอนนี้มุมมองที่ Schroders มีต่อการขึ้นดอกเบี้ย Fed นั้น ออกไปในโทนที่ดอกเบี้ยน่าจะขึ้นไปมากกว่านี้ได้ลำบาก และอีกไม่นานนโยบายทางการเงินของ Fed น่าจะเปลี่ยนทิศทาง โดยทาง Schroders ให้ความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะลู่เข้าสู่ในช่วง 4.5 – 4.75% เท่านั้น เหตุผลเพราะปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการหดตัวของเศรษฐกิจจากการปลดแรงงานออก ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจได้เอง โดยที่ Fed ไม่ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม รวม ๆ แล้วการที่ Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยต่อไปจะทำให้กระแสเงินไหลออก และค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนลงในที่สุด โดยสินทรัพย์หนึ่งที่น่าสนใจที่จะโยกจากค่าเงินดอลลาร์ไป คือทองคำ
กองทุนแนะนำ: K-GOLD-A(A) เน้นผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำแท่งโดยลงทุนผ่าน SPDR Gold Trust
?5. “รวย” ได้ด้วยหุ้นคุณภาพ แม้ในยามเศรษฐกิจไม่เป็นใจ
ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ ทาง Schroders ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นโดยดูจากบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งตัวเลขที่ใช้วิเคราะห์อาจจะดูในเชิงของ Return of Equity ว่าสูงไหม มี Prcing Power ทำให้ Margin ยังสูงอยู่หรือเปล่า หรือวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอัตรา Gearing หรือการกู้ยืมเงินเพื่อมาทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน ซึ่งหุ้นกลุ่มที่มีความสามารถดังที่กล่าวมา มักมีคุณลักษณะร่วมที่น่าสนใจคือมักเป็นบริษัทที่ได้คะแนน ESG ระดับสูง
กองทุนแนะนำ: KT-GESG-A ลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงที่เติบโตอย่างยั่งยืนทั่วโลกแบบเชิงรุก ลงทุนผ่าน Schroder International Selection Fund Global Sustainable Growth
?6.จีนปิดเมืองมา “ตลอด” หลายปี เปิดเมืองแบบนี้เป็นโอกาสลงทุน
การควบคุมการระบาดด้วยการปิดเมืองเป็นปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจจีนมาตลอดช่วงสามปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้จีนกลับลำนโยบาย Zero-Covid ทำให้ Schroders มองว่าตอนนี้เป็นจังหวะลงทุน
อีกจุดหนึ่งที่ Schroders มองว่าหุ้นจีนและฮ่องกงน่าสนใจ เพราะดูจาก Earnings ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มที่กำลังจะไต่ระดับไปยังช่วง Pre-Covid ประกอบกับค่า Forward PE ของดัชนี MSCI A Share ที่ยังอยู่ในบริเวณ 9.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 14.7 (14 ธันวาคม 2022) แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในการลงทุน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการที่มองว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อน ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงคาดว่าน่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มประเทศเกิดใหม่โดยเฉพาะจีนเพิ่มอีกก็เป็นได้
กองทุนแนะนำ: SCBCHEQA ลงทุนในหุ้นของบริษัทจีนคุณภาพสูง ไม่ว่าจะจดทะเบียนที่ใดก็ตาม จุดเด่นคือให้ความสำคัญกับ Return on Invested Capital กองทุนมีการจัดการแบบเชิงรุก ลงทุนผ่าน Schroder International Selection Fund – All China Equity
?7. “ปี” ใหม่ มาทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อโลกด้วยการลงทุนกับพลังงานสีเขียวกันเถอะ
ไม่ช้าหรือเร็ว ยังไงโลกก็ต้องพัฒนาไปทางพลังงานสะอาด จากทั้งต้นทุนการเปลี่ยนผ่านที่ลดลง หรือมาตรการสนับสนุนจากทางรัฐบาล ซึ่งทาง Schroders ให้มุมมองเกี่ยวกับพลังงานสะอาดมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ากระแสจะจุดติดเมื่อไรเท่านั้นเอง
กองทุนแนะนำ: KT-GREEN ลงทุนผ่าน Schroder ISF Global Energy Transition เน้นลงทุนในพลังงานสะอาดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
?8.หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนมา “ตลอด” ปีที่แล้ว คราวนี้ควรได้เวลาแข็งค่าแล้ว
จากตัวเลขเงินทุนสำรองของญี่ปุ่นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทาง Schroders มองว่าสุดท้ายยังไงธนาคารกลางญี่ปุ่นก็ต้องมอบตัวให้กับมาตรการทางการเงิน อย่างเช่นการขยายกรอบผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น และนอกจากนี้เองทาง Schroders ก็ยังเห็นว่าเรื่องความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก ก็ช่วยส่งผลให้ค่าเงินเยนกลับกลายมาเป็น Safe Haven ดังที่เคยเป็นมา
กองทุนแนะนำ: TMBJPNAE เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นแบบเชิงรุก ผ่าน Schroder International Selection Fund Japanese Opportunities
?9. “ไป” ลงทุนใน สินทรัพย์ทางเลือก
สินทรัพย์ดังกล่าวมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับสินทรัพย์ทางการเงินหลัก ๆ ทำให้ Schroders ยังมองว่าการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ยังมีความน่าสนใจอยู่บ้างในการ Balance พอร์ตการลงทุน
กองทุนแนะนำ:
TMBGINFRA ลงทุนใน Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund โดยมุ่งเน้นสร้างผลกำไรจากกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน www.finvest.co.th/globalinfrastructure/
KT-ENERGY ลงทุนผ่าน BGF World Energy Fund ที่ลงทุนในบริษัทชั้นนําทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่
KFGPROP-A ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกผ่าน Janus Henderson – Global Real Estate Equity Income Fund ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้ผู้ลงทุนได้
┏━━━━━━━━━━━━━┓
?FinVest แอปลงทุนแบบใหม่ ที่ได้รวบรวมกองทุนทั่วโลก มาให้คุณเลือกกองทุนที่เหมาะสม และตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ได้ง่าย ๆ
⭐️ลงทุนได้ทั้งไทยและเทศ แอปแรกในไทย ให้คุณลงทุนได้จาก 42 บลจ. ชั้นนำ
⭐️ใช้งานง่าย เริ่มต้นแค่มือถือเครื่องเดียว ทำได้ตั้งแต่เปิดบัญชียันซื้อขายง่ายแค่ปลายนิ้ว
⭐️เคียงข้างคุณ มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยอัปเดตสภาพตลาด รวมถึงชี้เป้าการลงทุน
?เริ่มลงทุน – แอป FinVest https://finve.st/82bxs
?สอบถาม – Line https://finve.st/v2nxq
?ติดตาม – Instagram https://finve.st/710rb
?อ่านบทความ – Website https://finve.st/4datg
┗━━━━━━━━━━━━━┛
#FinVest #YourWingsYourWays #Schroders #KTAM #SCBAM #KASSET #KSAM #EastspringThailand #TMBAM


