🇨🇳 🇮🇳 กองทุนหุ้นจีน หรือ กองทุนหุ้นอินเดีย ขอแบบเคลียร์ ๆ อันไหนดี | ตอนที่ 2

🇨🇳 🇮🇳 กองทุนหุ้นจีน หรือ กองทุนหุ้นอินเดีย ขอแบบเคลียร์ ๆ อันไหนดี | ตอนที่ 2

➡️ ตอน 1 รวมมุมมองตลาดหุ้นจีนและอินเดีย จากสำนักชั้นนำของโลก โดย FinVest 

ตอน 2 ประชัน อินเดียและจีน ผ่านกรอบวิเคราะห์ 4P – Prosperity Population Politics และ Pricing

➡️ ตอน 3 เปรียบเทียบกองทุนอินเดียที่ บลจ. แนะนำ (AMC Pick) บนเว็บไซต์ FinVest https://invest.finvest.co.th/fundCompare/KWI%20INDIA-A&KWI%20INDIA-D&TMBINDAE&SCBINDEQ(A)

➡️ ตอน 4 เปรียบเทียบกองทุนจีนที่ บลจ. แนะนำ (AMC Pick) บนเว็บไซต์ FinVest https://invest.finvest.co.th/fundCompare/UOBSGC&P-CGREEN&UCHINA&MEGA10CHINA-A

.

ใครเชียร์กองทุนหุ้นจีนช่วยกดไลก์ ใครให้กองทุนหุ้นอินเดียชนะช่วยกดเลิฟ ไม่เห็นด้วยเลยให้คอมเมนต์

.

ถ้าพร้อมแล้ว ไปต่อกันตอนที่ 2

.

┏━━━━━━━━━━━━━┓

🎤 รวมโปรโมชันกองทุน

😎 DCA ที่ FinVest เจ๋งอย่างไร?

😎 3 เหตุผล ทำไม FinVest Fund Screener เป็น ฟีเจอร์ กองทุน ที่ดีที่สุด

😎 |AMC Pick| กองทุนแนะนำโดยบลจ. จาก FinVest

┗━━━━━━━━━━━━━┛

.

ตอนก่อนหน้าเราวิเคราะห์มุมมองตลาดจีนและอินเดีย โดยรวบรวมบทวิเคราะห์ของสถาบันชั้นนำของโลกเรียบร้อย

ตอนนี้ FinVest เราจะลองมาวิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุนจีน และ อินเดีย ผ่านกรอบวิเคราะห์ 4P ได้แก่

  • Prosperity: ด้านความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
  • Population : ด้านประชากร
  • Politics: ด้านการเมือง
  • Pricing: ด้านราคา

โอเค เริ่มกันเลย

.

.

  • การเติบโตปี 2024F: 4.6% และ ปี 2025F: 4.1% 
  • การเติบโตเฉลี่ยช่วง 1952-2022: 2.9%
  • เงินเฟ้อ: ทั้ง CPI และ PPI ติดลบหลายเดือนติด
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ: แนวโน้มไม่ชัดเจนว่าดีหรือไม่ดี
  • อ้างอิง IMF เทียบผ่านอำนาจซื้อที่แท้จริง ณ มกราคม ปี 2024: 19%
  • อ้างอิง CEIC IMF รัฐบาล ของ จีน ณ ไตรมาส 2/2023: 282% GDP
  • 25%
  • 2024F: 5%
  • 2025F: 13%

.

  • การเติบโตปี 2024F และ 2025F: 6.5% 
  • การเติบโตเฉลี่ยช่วง 1952-2022: 3.3%
  • เงินเฟ้อ CPI: 5.1% YoY และ PPI: 0.7% YoY
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ: ขยายตัวเร่งขึ้น ซึ่งถือว่าดี
  • อ้างอิง IMF เทียบผ่านอำนาจซื้อที่แท้จริง ณ มกราคม ปี 2024: 8%
  • อ้างอิง CEIC IMF รัฐบาล ของอินเดีย ณ มีนาคม 2023: 81-82% GDP
  • 18%
  • 2024F: 19%
  • 2025F: 14%

.

สรุปด้านเศรษฐกิจ:

จากตัวเลขด้านขนาดเศรษฐกิจ FinVest เรามองว่าอินเดียน่าสนใจมากกว่าเพราะมีโอกาสเติบโตมากกว่า

.

การเข้าใจโครงสร้างประชากร ช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างอายุของประชากรในประเทศนั้น ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจ ความต้องการสินค้าและบริการ และช่วยให้นักลงทุนสามารถทำนายแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ

โดยประเทศที่มีประชากรวัยหนุ่มสาว วัยทำงานเยอะ มีโอกาสที่เศรษฐกิจจะเติบโตมากกว่า

.

  • อ้างอิงข้อมูลจาก UN อินเดียมีจำนวนประชากร 1.43 พันล้านคน มากกว่าจีนแล้ว เมื่อ เมษายน 2024 โดยอีก 10 ปี นับจากนี้ จำนวนประชากรอินเดียยังเป็นขาขึ้นโดยจะมีอายุราว ๆ 30-40 ปี สวนทางของจีนที่เป็นขาลงที่อายุราว ๆ 40-50 ปี

.

สรุปด้านประชากร:

ในอีก 10 ปีข้างหน้า ด้วยจำนวนและคุณภาพของประชากร ทำให้เรามองว่าอินเดียน่าสนใจกว่า

.

เสถียรภาพทางการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศมีผลต่อความมั่นคงของสภาพแวดล้อมการลงทุน โดยสามารถส่งผลกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจ กฎหมาย และความสัมพันธ์ทางการค้า
แน่นอนว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองสามารถนำไปสู่ความผันผวนในตลาดหุ้น ความเสี่ยงของภาษีกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลต่อผลตอบแทนการลงทุน

การเข้าใจประเด็นนี้ทำให้นักลงทุนเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน

.

  • ให้ความสำคัญกับความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันและเสถียรภาพของทั้งระบบ เพื่อสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาในระยะยาว
  • เศรษฐกิจอาจจะเติบโตน้อยลง แต่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเน้นการเติบโตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
  • เป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ การเลือกตั้งผู้นำของสหรัฐฯ ที่ใกล้เข้ามา โดยหาก โดนัล ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้ง อาจทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง
  • ได้รับผลลบสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงความต้องการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคง

.

  • ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปของภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
  • มีการเลือกตั้งผู้นำใกล้เข้ามา โดยคาดว่าพรรคของ โมที จะได้รับเลือกต่อไป ซึ่งจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย
  • มีความพยายามที่จะเป็นพันธมิตรกับทั้งสหรัฐฯ และจีน เพื่อสร้างความสมดุลในนโยบายต่างประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • ทั้งนี้อาจมีความเสี่ยงที่คล้ายคลึงกับของจีนแต่แย่น้อยกว่า ด้วยนโยบายการต่างประเทศที่มีความยืดหยุ่น
  • ได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากการขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตเดียว

.

สรุปมุมมองด้านการเมือง:

จีนโดนกดดันในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้ที่นโยบายโจมตีจีนอาจเป็นส่วนหนึ่งของการหาเสียงในสหรัฐฯ  รวมถึงมีเสถียรภาพ

FinVest มองว่าอินเดียน่าสนใจกว่า

.

การวิเคราะห์ความถูกแพง ในการซื้อหุ้นช่วยให้เราประเมินว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนหรือไม่ รวมถึงยังช่วยจัดการกับความเสี่ยงจากการซื้อหุ้นที่แพงไปอีกด้วย

แล้วด้านราคา ตลาดหุ้นจีนหรืออินเดีย ใครน่าสนใจกว่า

.

หากมองแค่ตัวเลข PEG ตลาดหุ้นจีนและอินเดียแพงทั้งคู่ แต่ของอินเดียแพงน้อยกว่าในปีนี้ แต่ถ้ามองไปปีหน้าจีนถูกชัดเจน

.

สรุปมุมมองด้านราคา:

เรามองว่าถ้าถือยาวขึ้นได้ จีนน่าสนใจ

.

จากการเทียบจากทั้ง 4 มิติ FinVest เรามองว่าการลงทุนในอินเดียค่อนข้างน่าสนใจมากกว่า เพราะชนะในเรื่องของการเติบโต และเสถียรภาพทางการเมือง 

แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะราคาที่ขึ้นมามากแล้ว

ในขณะเดียวกันตลาดหุ้นจีนถึงจะดูไม่น่าสนใจแล้วในตอนนี้ เพราะตลาดลงลูกเดียว ราคาที่ว่าถูกแล้ว ยังมีถูกกว่า 

แต่ถ้ามองมุมกลับ การที่ราคาลงมา ทำให้ Valuation ยิ่งน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุน เรามองว่าทั้งสองประเทศสามารถลงทุนได้ เพียงแต่ว่า

  • ถ้าเน้นการเติบโต ลงทุนในอินเดีย
  • ถ้าเน้นของถูก เน้นลงทุนในจีน

┏━━━━━━━━━━━━━┓

💫 FinVest แอปลงทุนแบบใหม่ ที่ได้รวบรวมกองทุนทั่วโลก มาให้คุณเลือกกองทุนที่เหมาะสม และตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ได้ง่าย ๆ

⭐️ ลงทุนได้ทั้งไทยและเทศ แอปแรกในไทย ให้คุณลงทุนได้จาก 43 บลจ. ชั้นนำ

⭐️ ใช้งานง่าย เริ่มต้นแค่มือถือเครื่องเดียว ทำได้ตั้งแต่เปิดบัญชียันซื้อขายง่ายแค่ปลายนิ้ว

⭐️ เคียงข้างคุณ มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยอัปเดตสภาพตลาด รวมถึงชี้เป้าการลงทุน

🔗 เริ่มลงทุน – แอป FinVest

🔗 สอบถาม – LINE

🔗 ติดตาม – Facebook | Instagram

🔗 อ่านบทความ – Website

┗━━━━━━━━━━━━━┛

#FinVest #YourWingsYourWays


**ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

**การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ข้อมูลอ้างอิง

Related Posts