อินเดีย กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

อินเดีย กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

อินเดีย กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

🇮🇳เมื่อ “อินเดีย” กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

เศรษฐกิจของประเทศอินเดียเติบโตอย่างมั่นคงมากในช่วงหลายปีมานี้ โดยในปัจจุบัน อินเดีย เป็นประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 มีขนาดพอ ๆ กับขนาดเศรษฐกิจของ สหราชอาณาจักร และ ฝรั่งเศส อดีตมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก

หากเศรษฐกิจของอินเดียยังคงเติบโตในอัตราประมาณ 6% เหมือนในช่วงที่ผ่านมา ภายในปี 2027 อินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจแซงเยอรมัน และ ญี่ปุ่น ขึ้นสู่อันดับ 3 ของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและตลาดหุ้นใหญ่ที่สุดในโลก (Morgan Stanley, Nov 8 2022)

จากประเทศที่มีจำนวนประชากรยากจนมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก กลายมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร @FinVest ขออาสาเล่าให้ฟัง

🇮🇳ประชากร 1,400 ล้านคน วัยทำงานกว่า 2 ใน 3 อัตรารู้หนังสือสูง 

ด้วยตัวเลขดังกล่าว จึงถือเป็นอันดับสองรองเพียงประเทศจีนเท่านั้น ด้วยอัตราการเกิดของประชากรอินเดียที่สูง โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจำนวน 1 คน ให้กำเนิดบุตรถึง 2 คน (สูงกว่าจีนที่ 1.7 ในปี 2020) และด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรในระดับนี้ จะทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกภายในปี 2023

ที่สำคัญคือในจำนวน 1,400 ล้านคนนี้ ยังเป็นประชากรวัยทำงาน (อายุระหว่าง 15 – 64 ปี) ถึงเกือบพันล้านคน หรือประมาณ 2 ใน 3 อีกทั้งยังมีจำนวนประชากรสูงอายุ (อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป) เพียงแค่ 6% เท่านั้น (ค่ากลางของอายุประชากรของอินเดียมีน้อยกว่าของจีน 11 ปี) อีกทั้งอินเดียยังเป็นประเทศที่ประชากรมีการเข้าถึงทางการศึกษาสูงมาก ประชากรอินเดียมีอัตรารู้หนังสือสูงถึง 75% ของประชากรในประเทศ อีกทั้งแรงงานทางด้าน IT  ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ Bangalore, Hyderabad, Chennai และ Pune โดยทุกปีจะมีผู้สำเร็จการศึกษาทางด้าน IT ประมาณ  4 แสนคน โดยในจำนวนนี้ จะมีประมาณ 1 แสนคน ที่สามารถใช้และพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ทำให้อินเดียมีข้อได้เปรียบทั้งในด้าน จำนวนและคุณภาพของแรงงาน ที่จะช่วยผลักดันให้ขนาดเศรษฐกิจของประเทศอินเดีย แซงหน้า เยอรมัน และ ญี่ปุ่น ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไปเรียบร้อยแล้ว

🇮🇳 นโยบาย “Make in India” ผ่อนคลายกฎ สู่การเป็นแหล่งยูนิคอร์น #3 ของโลก

นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลอินเดีย ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2014 มีเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ เพื่อให้อินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาใช้อินเดียเป็นฐานการผลิตสินค้า มีนโยบายการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 22% เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ มีการผ่อนคลายกฎหมายแรงงานเพื่อความยืดหยุ่นในการจ้างงานที่มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้อินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกแล้ว ยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนในเครือข่ายดิจิทัลอย่างมหาศาลอีกด้วย 

ด้วย Know-how และเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่ถ่ายทอดมาสู่แรงงาน และบริษัทในประเทศอินเดีย ประกอบกับเป็นเรื่องที่ผู้นำให้ความสำคัญโดยถือเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้แผนพัฒนาประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน อินเดียกลายเป็นประเทศที่มี Start-up ระดับยูนิคอร์น (Start-up ที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มากถึง 106 บริษัท ถือเป็นประเทศที่มียูนิคอร์นมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และจีน เท่านั้น

🇮🇳เทคโนโลยี สถาบันการเงิน ที่โตไปพร้อมกับภาคเกษตร

บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Infosys Ltd บริษัทที่เริ่มก่อตั้งที่ Pune และเติบโตไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่เมืองศูนย์กลาง IT ที่ Bangalore เป็นบริษัทที่มีการเติบโตสูงมาก กำไรของบริษัทเติบโตถึง 21% ในปีที่ผ่านมา (เทียบกับปีโควิด) บริษัทมีผลิตภัณฑ์และการบริการหลัก ๆ ในเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจสถาบันการเงิน 

สถาบันการเงินและธนาคารเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น Bajaj Finance Ltd บริษัทสินเชื่อรายใหญ่ของอินเดียกำไรเติบโตขึ้นถึง 18.6% ส่วนฝั่งธนาคารนั้น ICICI Bank และ HDFC Bank มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 36.8% และ 19.5% ตามลำดับ จากการเติบโตของเศรษฐกิจและสินเชื่อในอินเดีย ที่ขยายตัวตั้งแต่บริษัทเล็ก ๆ อย่าง SME จนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ทำให้อุตสาหกรรมเติบโตขึ้นตามไปด้วย

ในภาคเกษตรกรรม ปัจจุบันอินเดียกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าอดีตแชมป์เก่าอย่างประเทศไทย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการเก็บเกี่ยวและเทคโนโลยีชีวภาพ ทำให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่มากกว่าประเทศไทยเกือบสองเท่า

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดีย เป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่จะเปลี่ยนให้เอเชียกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลก

█▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀▀ 

🌟FinVest แอปติดปีกให้นักลงทุนไทย ให้ลงทุนกองทุนได้ทั่วโลก💫

ลงทุนได้ทันทีที่ www.finvest.co.th/AWO092208004

Line https://lin.ee/3wINMDBsz

Website www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄▄█

อ้างอิง

https://datacommons.org/place/country/IND?utm_medium=explore&mprop=fertilityRate&popt=Person&cpv=gender%2CFemale&hl=en

https://en.wikipedia.org/wiki/Make_in_India

https://www.morganstanley.com/ideas/investment-opportunities-in-india

https://www.businessinsider.in/business/startups/news/list-of-indian-startup-converted-in-unicorn-in-2022/slidelist/93801915.cms

https://asia.nikkei.com/Economy/Thailand-strives-to-regain-position-as-world-s-biggest-rice-exporter

*ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

**การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Related Posts