ไทยประชันเวียดนาม กับเสือเศรษฐกิจตัวใหม่แห่งเอเชีย?

พวกเรา FinVest เคยกล่าวถึงไปแล้วว่าสาเหตุที่ผลักดันเวียดนามให้พัฒนามาไกลถึงจุดนี้ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการวางหมากไว้อย่างดี (สามารถอ่านต่อได้ที่ https://www.finvest.co.th/vietnamdoimoi22/) คราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ทุกคนเห็นภาพกันชัดระหว่างไทยกับเวียดนาม ณ ปัจจุบัน ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร มีจุดไหนน่าสนใจบ้าง และน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไหนจะมีโอกาสเป็นเสือตัวใหม่แห่งเอเชียต่อไป

 

🐯 การเติบโตของเศรษฐกิจ

ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตในปี 2023-2027 ของไทยเติบโตเฉลี่ยราว ๆ 3% ต่อปี ในขณะที่เวียดนามนั้นอยู่ที่ราวๆ 6% ต่อปี ซึ่งจากตัวเลขอัตราการเติบโตดังกล่าว มีการประมาณการว่าเวียดนามจะมีขนาดของ GDP เทียบเท่ากับไทยในปี 2032 (ที่มา Statista)

 

🐯 เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก (สัดส่วนเศรษฐกิจ)

ในปี 2019 ก่อนช่วงโควิด ไทยและเวียดนามอาศัยเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักที่คล้ายคลึงกันโดยไทยอาศัยการส่งออกและการบริโภคซึ่งคิดเป็นราว 60% และ 49% ของ GDP ตามลำดับ ขณะที่เวียดนามก็อาศัยการส่งออกและการบริโภคราว 107% และ 68% ของ GDP ตามลำดับ (ที่มา CEIC)

 

ด้านผลิตภาพแรงงานในช่วงปี 2012-2019 ไทยมีอัตราเติบโตราว 6% แต่เวียดนามเติบโตราว 10% อย่างไรก็ดี ระดับผลิตภาพของแรงงานของไทยอยู่ที่ระดับสูงกว่าประมาณ 2 เท่าตัว ในปี 2019 ขณะที่ด้านหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ระดับ 90% ขณะที่ของเวียดนามอยู่ที่ระดับ 50% ในปี 2020 บ่งบอกถึงเวียดนามมีกำลังการบริโภคที่สูงกว่าไทย (ที่มา CEIC, Hanoi Times, Planning and Investment Ministry และ ศูนย์วิจัยกสิกร)

 

🐯 สินค้าส่งออกลำดับแรก

สำหรับสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้แต่ละประเทศมากที่สุดนั้น สำหรับประเทศไทย ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนเวียดนามนั้นเน้นไปที่การส่งออกอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ อาทิ ชิ้นส่วนสมาร์ทโฟน จากบริษัท #Foxconn #Samsung #Xiaomi ที่จัดเป็นอุตสกรรมใหม่ ทั้งนี้ ถ้านับรวมมูลค่าการส่งออกรวมในทุกอุตสาหกรรมในปี 2021 จะพบว่ามูลค่าการส่งออกของเวียดนามนั้นสูงกว่าไทยโดยอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านล้านบาท ส่วนไทยนั้นอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านล้านบาท (ที่มา General Statistics Office of Vietnam, World Bank และสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์)

 

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment, FDI) ที่สะสมตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา (2011-2021) ของไทยอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท และเวียดนามอยู่ที่ 5 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าของเวียดนามมียอด FDI แซงไทยไปแล้ว (ที่มา World Bank)

 

จำนวนข้อตกลงการค้าเสรีนั้น ไทยมีจำนวน 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศ ส่วนเวียดนามนั้นมีทั้งหมด 16 ฉบับ ครอบคลุมกว่า 53 ประเทศ โดยจุดที่น่าสนใจคือเวียดนามนั้นมีข้อตกลง EVFTA ซึ่งสามารถส่งออกไปยังกลุ่ม EU ได้ถึง 27 ประเทศ (ที่มา Vietnam Chamber of Commerce And Industry และ ศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้า รวบรวม, กระทรวงพาณิชย์, 2021)

 

🐯 โครงสร้างประชากร

ประชากรเวียดนามนั้นมีมากกว่าไทย โดยมีจำนวนอยู่ที่ 98 ล้านคน อายุเฉลี่ย (มัธยฐาน) อยู่ในช่วง 30 -35 ปี โดยส่วนมากอยู่ในวัยแรงงาน และมีผู้สูงอายุแค่เพียง 12%  ในขณะที่ไทยมีประชากรจำนวน 66 ล้านคน อายุเฉลี่ย (มัธยฐาน) อยู่ในช่วง 40-45 ปี อยู่ที่ 66 ล้านคน โดย 20% คือจำนวนประชากรผู้สูงอายุ (ที่มา countryeconomy.com, ธ.ค. 2021)  ไทยจึงเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว  

 

🐯 ขนาดตลาดหุ้น

ปัจจุบันขนาดตลาดหุ้นไทย (อ้างอิงตลาด SET) อยู่ที่ราว 103% ของ GDP ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนาม (อ้างอิงตลาด Ho Chi Minh) คิดเป็นราว 56% ของ GDP เท่านั้น แสดงถึงตลาดหุ้นเวียดนามที่ยังมีขนาดเล็กกว่าและอาจเติบโตขึ้นได้อีกต่อไป  (ที่มา Ceidata, Tradingview,  Ho Chi Minh Stock Exchange และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 29 ก.ค. 2022)

หุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทยได้แก่ AOT ซึ่งมีขนาดตลาด 1 ล้านล้านบาท และธุรกิจหลักคือสนามบิน ส่วนทางฝั่งเวียดนามได้แก่ VCB ซึ่งเป็นธุรกิจธนาคาร มีขนาดตลาด 5.5 แสนล้านบาท (ที่มา Tradingview.com, 1 ส.ค. 2022)

 

🐯 ระบอบการปกครอง

ไทยนั้นมีการปกครองแบบประชาธิปไตย มาตั้งแต่ปี 1932 และมีการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แตกต่างกับเวียดนามที่หลังจากสิ้นสุดสงครามเวียดนามในปี 1975 (ซึ่งหลังจากนั้นมาไม่นาน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของหมากหรือนโยบาย Doi Moi ที่วางไว้นั่นเอง) ก็ใช้รูปแบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์มาโดยตลอด โดยเป็นการผสมผสานระบอบสังคมนิยมไปกับทุนนิยมที่ให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศ และเวียดนามยังถือเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมือง

 

🐯 เวียดนาม เสือตัวใหม่แห่งเอเชีย

จากความโดดเด่นหลากหลายด้านของเวียดนามรวมถึงเศรษฐกิจที่เติบโต ส่งผลให้นักวิเคราะห์และสื่อหลากหลายสำนักต่างขนานนามเวียดนามในยุคปัจจุบันว่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหรือเสือตัวใหม่ที่น่าจับตาแห่งเอเชีย 

 

และแน่นอนว่าสามารถซื้อกองทุนเวียดนามผ่าน FinVest ได้แล้ว แต่ก็ไม่อยากอุบไว้เลยว่าเร็ว ๆ นี้ FinVest จะมีโปรโมชั่นดี ๆ โดน ๆ ให้นักลงทุนที่กำลังสนใจลงทุนในเสือตัวใหม่แห่งเอเชีย และที่สำคัญในบทความตอนหน้า FinVest จะขอพาไปท่องเวียดนามในสถานีถัดไป อย่าพลาด ซื้อตั๋วเกาะขบวนไปด้วยกัน

.

กองทุนนี้ สามารถลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

**ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต**

**การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน**

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน