ตลาดเวียดนามปรับฐาน ยังลงทุนได้อยู่หรือไม่ ?

ช่วงนี้ตลาดเวียดนามปรับฐานค่อนข้างหนัก จนเกิดเป็นคำถามที่ว่า “ตลาดเวียดนาม ยังลงทุนได้อยู่หรือไม่”

ในมุมมองระยะสั้น ตลาดเวียดนามปรับฐานจากการสร้างเสถียรภาพของภาครัฐ ด้วยแนวทาง

  • 1) รัฐควบคุมภาระหนี้ภาคเอกชนและครัวเรือนด้านอสังหาริมทรัพย์บางกลุ่มไม่ให้สูงจนเกินไป
  • 2) ความกังวลเรื่องการเติบโตของสินเชื่อจากข้อ 1)
  • 3) รัฐปรามการปั่นหุ้นจากผู้บริหาร ซึ่งส่วนมากอยู่ในขอบเขตบริษัทขนาดกลาง-เล็กที่ยังมีข้อกังขาเรื่องธรรมาภิบาล

ในส่วนของ Valuation Forward PE อยู่ที่ประมาณ 14 เท่า และคาดการณ์การเติบโตของอัตรากำไรอยู่ที่ราว ๆ 25 %ในขณะที่เป็นไม่กี่ตลาดที่ค่าผลตอบแทนในส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ถึง 20% โดยรวมแล้วไม่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวียดนามโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค (ที่มา Bloomberg, 27 Apr 2022)

ส่วนของภาพยาวประเทศ เราคิดว่าทุกท่านคงได้ยินเรื่องราวของประเทศเวียดนาม อาทิ เศรษฐกิจโตดี แรงงานวัยทำงานเยอะและมากความสามารถ รวมไปถึงเงินลงทุนจากต่างชาติต่างหลั่งไหลเข้ามามากมาย มาพอสมควรแล้ว

แต่ทุกท่านทราบหรือไม่

กว่าที่เวียดนามจะมาไกลบนเส้นทางเศรษฐกิจได้ขนาดนี้

แท้จริงแล้ว เวียดนามเคยบอบช้ำจากสงครามมาก่อน

แต่ด้วยหมากที่เวียดนามวางไว้ ส่งผลให้เวียดนามมีวันนี้

 

หมากเกมนี้ เวียดนามรู้ ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร กับแผนโด่ยเหมย แผนพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1986

เราคิดว่าทุกท่านคงได้ยินเรื่องราวของประเทศเวียดนาม อาทิ เศรษฐกิจโตดี แรงงานวัยทำงานเยอะและมากความสามารถ รวมไปถึงเงินลงทุนจากต่างชาติต่างหลั่งไหลเข้ามามากมาย มาพอสมควรแล้ว

แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า กว่าที่เวียดนามจะมาไกลบนเส้นทางเศรษฐกิจได้ขนาดนี้ แท้จริงแล้ว เวียดนามเคยบอบช้ำจากสงครามมาก่อน

แผนโด่ยเหมย หมากเศรษฐกิจที่เวียดนามรู้ ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร วางไว้ตั้งแต่ปี 1986

ในช่วงทศวรรษที่ 70 เวียดนามบอบช้ำจากภาวะสงคราม ภายหลังที่เวียดนามเหนือรวมกับเวียดนามใต้ได้สำเร็จ นั่นทำให้เวียดนามในยุคนั้นต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นการด่วน

แต่ทว่าในยุคนั้นเวียดนามเสียเวลาไปมากกับการทำสงครามทั้งจากข้าศึกภายในและภายนอก ทำให้ประเทศไม่มีพื้นฐานทางด้านการผลิตมาก่อน

จนกระทั่งในปี 1986 คุณ เหงียน หวัง หลิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ได้เดินหน้านโยบาย โด่ยเหมย (Doi Moi) โดยคำว่าโด่ยเหมย เป็นภาษาเวียดนาม แปลว่าบูรณะหรือสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งนโยบายนี้เป็นการเปิดประเทศโดยเป็นการยืมนโยบายเปิดประเทศที่ชื่อ “Glasnost and Perestroika” ของสหภาพโซเวียต

และด้วยนโยบายการเปิดประเทศนี้เอง ทำให้ถึงแม้จะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ แต่ก็เลือกใช้การพัฒนาเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมควบคู่ไปด้วย เพื่อปากท้องของประชาชน

ในระดับรากหญ้า เวียดนามช่วยเหลือและส่งเสริมเกษตรกรด้วยการประกันราคาสินค้าพร้อมทั้งให้เกษตรเป็นเจ้าของที่ดิน รวมไปถึงสามารถส่งออกสินค้าได้เองโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ทลายการกีดกันและส่งเสริมรูปแบบความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ

ด้วยแรงจูงใจนี้เอง ที่ทำให้การค้าขายส่งออกของเวียดนามโตอย่างก้าวกระโดด ภายหลังจากเริ่มต้นนโยบายเพียงแค่ 3 ปี เวียดนามก็สามารถส่งออกข้าว 1.4 ล้านตันออกนอกประเทศได้เป็นครั้งแรก และในปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งในสามผู้ส่งออกข้าวสูงที่สุดในโลก

ปัจจุบันเวียดนามมีประชากรเกือบหนึ่งร้อยล้านคน

เศรษฐกิจเติบโตปีละ 6.5% และตัวเลข GDP ต่อหัวจากเดิมที่แถว ๆ 400 เหรียญสหรัฐในปี 2000

กระโดดขึ้นเป็น 2,785 เหรียญสหรัฐ ในปี 2020 ที่ผ่านมา

และรู้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีหลายอย่างของเวียดนาม นั้นรุดหน้าไปมากแล้ว อาทิเช่นรถยนต์ไฟฟ้า Vinfast ที่มียอดขายมากกว่าแบรนด์ต่างประเทศ หรือจะเป็นแอปแชตอย่าง Zalo ที่มีผู้ใช้งานกว่า 80 ล้านคน หรือเกือบทั้งประเทศเวียดนาม

จะเห็นว่าจากโด่ยเหมยในวันนั้น เวียดนามได้วางรากฐานการเปิดเสรี การปฏิรูปสถาบันและโครงสร้าง ที่ไม่ได้นำมาแค่การพ้นความยากจนของประชาชน แต่เป็นการขยับเปลี่ยนฐานะสู่ชนชั้นกลางระดับปัจเจกชน ไปจนถึงระดับเวทีสังคมโลก เกิดกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติโดยตรงในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมทันสมัยรวมไปถึงการส่งออก ล้อไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ การได้รับการถ่ายโอนเทคโนโลยี เกิดผลิตภาพที่สูง ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานที่มาพร้อมกับทักษะความเชี่ยวชาญ และสร้างรายได้ให้ภาคครัวเรือนได้จับจ่ายใช้สอย และรัฐเวียดนามจะได้จัดเก็บภาษีเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปเป็นวัฏจักร กล่าวคือเครื่องยนต์เศรษฐกิจทำงานด้วยฟันเฟืองที่หมุนตามกัน

ด้วยแผนการจากผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ประชาชนมีแนวคิดชาตินิยม และทุกภาคส่วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือทำให้ประเทศพัฒนา สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนออกมายังเศรษฐกิจเวียดนาม ทำให้ปัจจุบันเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างเต็มตัว นั่นก็คือภาคตลาดเงินตลาดทุน (Wall Street) ที่ล้อกันไปกับภาคเศรษฐกิจจริง (Main Street) อย่างแท้จริง

ภาคตลาดเงินตลาดทุนที่รอการแก้ไขและพัฒนาอย่าง

1) Foreign Ownership Limit คือให้ต่างชาติมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทสัญชาติเวียดนามได้มากขึ้น

และ 2) Central Counter Clearing คือทำให้การหักล้างธุรกรรมเป็นไปได้ง่ายและยืดหยุ่นขึ้น ที่หากเสร็จสิ้นแล้ว จะช่วยทลายข้อจำกัดให้เงินลงทุนต่างชาติไหลสะพัดเข้าภาคตลาดเงินตลาดทุนอีกทางหนึ่ง

หมากตาต่อไปที่เวียดนามต้องเดินเพื่อการเดินหน้าอย่างยั่งยืนสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

เวียดนามวางยุทธศาสตร์ชาติว่าปี 2045 จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยวางรากฐานการก้าวข้ามผ่านด้วยแผนเวียดนาม 2035 หลังใกล้ครบรอบ 50 ปีของนโยบายโด่ยเหมย มีการกล่าวถึงเป้าหมายด้วยเสาหลักที่ต้องดำเนินไปพร้อมกันสามอย่างได้แก่

1.สร้างความสมดุล ระหว่างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลเวียดนามจำเป็นต้องส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจเอกชน เพราะภาคเอกชนที่แข็งแกร่งจะนำไปความสัมพันธ์ระหว่างต่างประเทศ และนั่นหมายถึงโอกาสในการเรียนรู้และรับเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้

เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ เป็นการช่วยสร้างการเติบโตทางตรงให้กับเวียดนาม เพื่อรักษาเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในอัตรา 7-8% ต่อปีนั่นเอง

ในขณะที่ทางด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมากกว่านี้ เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ

2.การส่งเสริมความทัดเทียม และทุกภาคส่วนของสังคมได้ประโยชน์

เมื่อเวียดนามเป็นสังคมเมืองมากขึ้น แน่นอนว่าความเหลื่อมล้ำย่อมเป็นเงาตามตัว โดยทางการมีนโยบายที่เตรียมไว้เพื่อรองรับปัญหานี้เช่น การสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา เช่นหลักสูตรวิชาชีพที่เด็กไม่ต้องแข่งกันสอบเข้า , การเพิ่มระบบบำนาญ และระยะเวลาเกษียณอายุ หรือจะเป็นระบบหลักประกันสุขภาพที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงโดยค่าใช้จ่ายไม่แพง เป็นต้น

3.การเสริมสร้างความสามารถและความรับผิดชอบขององค์กรรัฐ

การที่เวียดนามมาถึงจุดนี้ได้ ต้องยอมรับว่า องค์กรของรัฐ ถือเป็นส่วนผลักดันที่สำคัญ แต่มาในวันนี้ ถ้าหากเวียดนามอยากจะก้าวต่อไป การกำหนดบทบาทที่ชัดเจนระหว่างองค์กรภาครัฐกับภาคเอกชน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคเอกชนยิ่งขึ้นเหมือนที่กล่าวไปข้างต้น

ในส่วนของภาครัฐ การเสริมสร้างความสามารถนั้นต้องเกิดจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง อาทิเช่นการเปลี่ยนรัฐสภาแห่งชาติให้เป็นรัฐสภาของตัวแทนจากวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึง การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่มาจากหลักการของเศรษฐกิจกลไกตลาด

เวียดนามที่เจริญในวันนี้ เป็นผลมาจากการตัดสินใจเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว

และในเมื่อเวียดนามมีแผนตระเตรียมสำหรับอนาคตข้างหน้า

จึงไม่มีเวลาไหนอีกแล้วที่เหมาะจะลงทุนในเวียดนามเท่าตอนนี้

กองทุนที่ลงทุนในเวียดนาม
แนะนำโดย FinVest

ลงทุนใน 5 หมวด คือ

กลุ่มการเงิน , Urbanization , Industrialization และ การบริโภคภายในประเทศ และ Digitalization

ที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตพร้อมเศรษฐกิจเวียดนาม

PRINCIPAL VNEQ-A

เน้นลงทุนโดยตรงในหุ้นศักยภาพสูงจากเวียดนาม เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กองทุนมีดัชนีชี้วัดคือ VN30

ASP-VIET, ASP-VIETRMF

ผสมผสานทั้ง การลงทุนในกองทุน ETF และ กองทุนรวมในต่างประเทศและการลงทุนตรง ที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามขนาดกลาง กองทุนมีดัชนีชี้วัดคือ VN30

๐ M-VIETNAM

ลงทุนใน Lumen Vietnam Fund และ Dragon Capital – Vietnam Equity UCITS fund ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุนเวียดนาม จุดเด่นสำคัญคือ ผสมหุ้นทุกขนาดตลาด ไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ กองทุนมีดัชนีชี้วัดคือ MSCI Vietnam

กองทุนทั้งหมดนี้ สามารถลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

 


อ้างอิง

(ที่มา หนังสือชี้ชวน, 31 มีนาคม 2022)
https://data.worldbank.org/?locations=VN-XN
https://www.socialwatch.org/node/10854
https://www.globalasia.org/v4no3/cover/doi-moi-and-the-remaking-of-vietnam_hong-anh-tuan
https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Vietnam
https://en.wikipedia.org/wiki/%C4%90%E1%BB%95i_M%E1%BB%9Bi
https://www.mitsui.com/mgssi/en/report/detail/__icsFiles/afieldfile/2021/08/02/2106c_fukuoka_e_1.pdf
https://thaipublica.org/2017/02/pridi32/
https://www.worldbank.org/en/news/infographic/2016/02/23/vietnam-2035-toward-prosperity-creativity-equity-and-democracy
WORLD ECONOMIC SITUATION AND PROSPECTS 2021

 

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน