ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหลายแห่งฟื้นตัวขึ้นหนักบ้างเบาบ้างแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ตลาดเหล่านั้นนับเป็นขาลง ซึ่งถ้าปรับลงมามากกว่า 20% จากจุดสูงสุด ก็จะยิ่งเข้าใกล้นิยามของ  ภาวะตลาดหมี (Bear Ma ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยกดดันยังต่างรายล้อมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

โดยในช่วงที่ตลาดกำลังเป็นขาลงครั้งใหญ่ มักเกิดปรากฏการณ์อย่าง “Bear Market Rally” ขึ้น ซึ่งพวกเราต้องขอบอกว่าถ้าไม่ไม่รู้จักปรากฏการณ์นี้ อาจจะสร้างอันตรายแก่พอร์ตการลงทุนได้เลยทีเดียว

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากันไปมากกว่านี้ ในตอนนี้พวกเรา FinVest จะขอแนะนำให้นักอ่านทุกท่านรู้จักกับ Bear Market Rally กัน ว่ามันคืออะไร แล้วอันตรายแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมา !

Bear Market Rally คืออะไร ?

ถ้าให้สรุปอย่างสั้น ๆ คำว่า Bear Market Rally คือการฟื้นตัวระยะสั้นของตลาดในช่วงที่ภาพใหญ่กำลังเป็นขาลง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นนั้นเป็นไปได้จากหลายปัจจัย เช่น ข่าวดีที่ทำให้ตลาดลดความตึงเครียดก็ได้ หรือจะมาจากแรงเก็งกำไรจากสัญญาณทางเทคนิคก็ดี

โดยในอดีตทุก ๆ ครั้งที่ตลาดเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (โดยกำหนดให้เกิดขึ้นหลังจากดัชนีติดลบจากจุดสูงสุดเกิน 20%) มักมีเกิด Bear Market Rally เสมอ เช่น โดยเราขอพาทุกท่านไปศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วง  Dot-com bubble และ Subprime Crisis

มาเริ่มกันที่ช่วงวิกฤต Dot-com bubble ในปี 2000-2003 ณ ตอนนั้น ดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลงราว 50% จากจุดสูงสุด แต่ระหว่างทางดัชนีก็มีการฟื้นตัวแบบ Bear Market Rally รวมกันทั้งหมดถึง 5 ครั้งและปรับตัวขึ้นครั้งละ 7-24% และใช้ระยะเวลาในการปรับฐานแต่ละครั้งประมาณ 1-6 เดือน 

หรือว่าจะเป็นช่วง Subprime Crisis ในปี 2007-2009 ที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลงราว 60% จากจุดสูงสุด แต่ระหว่างทางดัชนีก็มีการฟื้นตัวเป็นพัก ๆ แบบเดียวกันถึง 4 ครั้ง และปรับตัวขึ้นครั้งละ 7-25% โดยใช้ระยะเวลาในการปรับฐานตั้งแต่ 1-3 เดือน 

เห็นแบบนี้นักลงทุนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงมีคำถามว่า การที่ตลาดกลับตัวแบบนี้ มันก็ดีไม่ใช่หรือ แล้วมันเป็นอันตรายอย่างไร ?

แล้วอะไรที่ทำให้ Bear Market Rally ดูอันตราย ?

แท้จริงแล้ว Bear Market Rally ไม่ได้อันตรายด้วยตัวของมันเอง เพียงแต่การที่ตลาดมีการกลับตัวเป็นพัก ๆ นั้นส่งผลทางจิตวิทยาต่อนักลงทุนอย่างรุนแรง 

ยกตัวอย่างเช่น การที่มีข้อมูลราคาปรับตัวขึ้น อาจจะช่วยเป็นตัวกระตุ้นให้นักลงทุนยืนยันว่าแนวโน้มขาลงได้จบแล้ว จากนั้นจึงเข้าทำการลงทุน ในขณะที่ข้อมูลส่วนใหญ่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มขาลง โดยลักษณะการตัดสินใจที่เกิดจากการใช้ข้อมูลบางชุดเพื่อยืนยันการตัดสินใจอย่างมีอคตินี้สามารถเรียกได้ด้วยคำศัพท์ทางวิชาการว่า Confirmation bias

หรือว่าจะเป็นการมองว่าตลาดได้ปรับตัวจากจุดสูงสุดมามากแล้ว โดยตัดสินใจเทียบกับจุดสูงสุดในอดีต ทำให้เข้าลงทุนไวเกินไป และไม่มีการวิเคราะห์ในเชิงพื้นฐานหรือปัจจัย Valuation ในภาพรวมอคติชนิดนี้เรียกว่า Anchoring bias

การที่มีอคติทางการลงทุนเกิดขึ้น อาจนำไปสู่การซื้อขายที่ไม่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และทำให้เกิดการขาดทุนหนักหรือไม่สามารถทำตามเป้าหมายการลงทุนที่แท้จริงได้

แล้วปัญหานี้แก้อย่างไร วันนี้ FinVest มีทางออก 

1. อย่าพึ่งรีบร้อนลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ 

คำแนะนำของเราคือ หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยตรงเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มี Valuation แพง หรือถูกคาดหวังการเติบโตไว้สูงเกินไป ได้แก่กลุ่ม Hyper-growth, Technology, Consumer Discretionary เป็นต้น หรือหุ้นในกลุ่มที่ยังไม่มีกำไรทางบัญชี กลุ่มที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังติดลบหรือมีการก่อหนี้สินในระดับสูง

สาเหตุเพราะเรายังคงมองว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นเพียง Bear Market Rally เท่านั้น และยังมีโอกาสปรับฐานลงต่อ เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ ปัจจุบันยังเป็นช่วงเริ่มต้นของการใช้นโยบายตึงตัวของ Fed โดยเฉพาะการลดขนาดงบดุลที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ หรือจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มเติบโตช้าลงหลังเงินเฟ้อและดอกเบี้ยกดดันเศรษฐกิจ 

บวกกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่ยากเกินคาดเดา เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังดำเนินอยู่ ปัญหาคอขวดอุปทานทั่วโลก เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Valuation บนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบัน เทียบกับในอดีต ยังถือว่าค่อนข้างแพงเทียบกับตลาดหุ้นประเทศอื่น

ที่มา ROBOWEALTH INVESTMENT ADVISORY SECURITIES

2. ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์มี Valuation ที่น่าสนใจและเหมาะสมกับวัฏจักรเศรษฐกิจในปัจจุบัน ได้แก่

การลงทุนในสินทรัพย์ที่มี Valuation น่าสนใจ เป็นเหมือนการเล่นเกมรุกและเกมรับในเวลาเดียวกัน โดยกองทุนที่เราพบว่ามี Valuation น่าสนใจมีด้วยกัน 2 กองทุนดังนี้

  1. กองทุนหุ้นโลก SCBPGF: เน้นการลงทุนในหุ้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทั่วโลกที่มี Valuation ถูกกว่าตลาดโดยรวม และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (Cash Return on Capital Invested) ได้ในระดับสูง 

อ่านเพิ่มเติมคลิก

  1. กองทุนหุ้นเวียดนาม PRINCIPAL VNEQ-A: เศรษฐกิจเวียดนามที่อยู่ในทิศทางฟื้นตัว ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง และ Valuation น่าสนใจ กองทุนเน้นการลงทุนหุ้นใหญ่จาก Downside ที่จำกัด

อ่านเพิ่มเติมคลิก

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงได้รู้จักกับคำศัพท์ใหม่อย่าง “Bear Market Rally” กันแล้ว ยังไงวันนี้พวกเราก็ขอลาไปก่อน ก่อนจากคราวนี้อยากบอกนักลงทุนทุกท่านว่า อย่าลืมปกป้องเงินทุนไปพร้อมกับปกป้องสุขภาพจิตในช่วงเวลาที่ตลาดยากแบบนี้ด้วยนะครับ เพราะเราอยากให้ทุกท่านอยู่ลงทุนด้วยกันนาน ๆ 

กองทุนนี้ สามารถลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน