M-META กองแรกในไทย พาไปจักรวาลนฤมิต (Metaverse)

หลังจาก Facebook ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Meta เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการปลุกกระแสครั้งยิ่งใหญ่ให้ Metaverse ได้รับความสนใจกันอย่างล้นหลาม และเมื่อมีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก นั้นหมายถึงโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลไปรวมกันตรงนั้นด้วย

โดยล่าสุดทาง Meta ได้เริ่มเดินเครื่องด้วยการเปิด Horizon Worlds เกมออนไลน์ในโลกเสมือนจริง ที่สามารถให้ผู้คนพบปะกันได้ โดยเปิดให้บริการแล้วในสหรัฐฯ และ แคนาดา และสามารถเข้าเล่นได้ฟรี ๆ ผ่านทาง Oculus

กองทุน M-META ถือเป็นกองทุนในไทยกองแรกที่เปิดตัวว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse อย่างเต็มตัว และกำลังจะเปิดขายครั้งแรกในวันที่ 13-20 ธันวาคม 2021 ในโอกาสนี้ทีม FinVest จึงถือโอกาสหยิบกองทุนนี้มาแนะนำให้ฟังกัน ว่ามีความน่าสนใจและน่าลงทุนอย่างไรบ้าง

 

ทำไม Metaverse ถึงน่าลงทุนในตอนนี้
นิยามของ Metaverse คือ โลกเสมือนจริง ที่พาผู้คน หรือผู้ใช้งานสามารถทำ กิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การปฏิสัมพันธ์ การเล่นเกม การทำงานร่วมกัน แบบออนไลน์โดยอาศัยเทคโนโลยี การใช้ความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality, VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (Augmented Reality, AR)

Metaverse ถูกบัญญัติครั้งแรก โดยนักเขียนนวนิยายแนว Sci-Fi ชาวอเมริกัน ชื่อ Neal Stephenson เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 ซึ่งภายหลังจากที่ Mark Zuckerberg จุดประเด็นด้วยการประกาศนโยบายบริษัทเป็น “Metaverse First” ทำให้กระแสของคำดังกล่าวถูกจุดเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ในประเทศไทยเอง ได้มีการแปลคำว่า Metaverse เป็นภาษาไทยว่า จักรวาลนฤมิต

ไม่เพียงแต่คนทั่วไปที่ตื่นเต้นกับโลกใบใหม่ในอนาคต
บริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ ก็เริ่มขานรับแนวคิดของ Metaverse
และร่วมตบเท้าเข้ามาพัฒนาโลกใบใหม่เช่นเดียวกัน
ทั้ง Nvidia, Roblox, Microsoft
เป็นการยืนยันว่า Metaverse กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอย่างแน่นอน


คาดการณ์ขนาดตลาด Metaverse จะใหญ่ประมาณ 8 แสนล้านเหรียญในปี 2024

จากข้อมูลของ Bloomberg มีการประมาณว่าขนาดตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวกับ Metaverse จะมีมูลค่าถึง 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 ซึ่งตัวเลขนี้ใหญ่เทียบเคียงกับ GDP ของประเทศพัฒนาแล้วอย่าง Switzerland ทั้งประเทศเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นมูลค่าจะกลายเป็นอีกเกือบเท่าตัวในปี 2030

ปัจจัยที่ผลักดันโอกาสการเติบโตในครั้งนี้

  • – Technology Breakthrough:
    เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น VR, Blockchain และ Engines ซอฟต์แวร์สำหรับพัฒนาภาพสามมิติสำหรับโลกเสมือน ช่วยให้ Metaverse สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
  • – Virtual Commerce:
    มีโมเดลการสร้างรายได้จาก Metaverse ที่ถูกพิสูจน์มาแล้วโดยบริษัท Epic Games เจ้าของเกมที่โด่งดังอย่าง Fortnite ซึ่งเร็ว ๆ นี้ Epic Games ได้มีการระดมทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Metaverse ด้วย
  • – Future of Work:
    หลังจากเกิดการระเบิดของโควิด ผู้คนหันมาทำงานที่บ้านและใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกกันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับการพัฒนาโลกของ Metaverse เพราะนอกจากตัวเทคโนโลยีที่จะต้องพัฒนาแล้ว ผู้ใช้งานก็ต้องพัฒนาทักษะการใช้งานเทคโนโลยีนั้นด้วย


นอกจากประเด็นข้างต้นที่ยกมา
Metaverse ไม่ได้ถูกจำกัดแค่การใช้งานเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
แต่ยังมีการใช้ในแวดวงอื่น ๆ เช่น การแพทย์ , วิศวกรรม เป็นต้น

 

M-META กองทุนแรกในไทย ที่คว้าโอกาสลงทุนใน Metaverse
เมื่อรู้ที่มาของกระแส Metaverse กันไปแล้ว แล้วถ้าเราอยากจะลงทุนไปพร้อม ๆ กับกระแสนี้ต้องทำอย่างไร? กองทุน M-META จาก บลจ.เอ็มเอฟซี จะช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น โดยกองทุน M-META จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับข้องกับ Metaverse ผ่านกองทุน The Roundhill Ball Metaverse ETF กองทุน ETF ในตลาดสหรัฐฯ ครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ecosystem เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คลาวด์ ระบบการจ่ายเงิน เกม คอนเทนต์ และทรัพย์สินดิจิทัลต่าง ๆ บนระบบและแพลตฟอร์ม Metaverse

โดยธรรมชาติกองทุน ETF จะเป็นการลงทุนไปตามดัชนีอ้างอิง ดังนั้นการเลือกหุ้นเข้ากองทุนก็จะเป็นไปตามดัชนีอ้างอิงนั้น ๆ สำหรับกองทุน The Roundhill Ball Metaverse ETF จะลงทุนอ้างอิงตาม The Ball Metaverse Index ซึ่งเป็นดัชนีที่พัฒนาโดยตัว Roundhill Investment เอง คำถามสำคัญที่ต้องถามต่อมาคือ แล้ว The Ball Metaverse Index มีวิธีการเลือกหุ้นอย่างไร

คัดเลือกหุ้นด้วยวิธีเฉพาะแบบ The Ball Metaverse Index
ก่อนที่จะทำความเข้าใจว่า The Ball Metaverse Index คืออะไร เราต้องมาทำความเข้าใจ ธุรกิจ 7 ประเภทที่อยู่ใน Market Map Categories ซึ่งถูกจัดโดย Expert Council หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพันธมิตรกับทาง The Ball Metaverse Research เสียก่อน โดยธุรกิจ 7 ประเภทในโลก Metaverse ซึ่งอยู่ใน Market Map มีดังนี้

– Compute ธุรกิจประมวลผลข้อมูล
– Networking ผู้ให้บริการเชื่อมต่อแบบ real time
– Virtual Platforms บริษัทที่พัฒนาการจำลองแบบดิจิทัลเสมือนจริง
– Interchange Standard ธุรกิจที่สร้างเครื่องมือให้ผู้คนสามารถทำงานร่วมกัน
– Payments ผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัล รวมไปถึงสกุลเงินดิจิทัล
– Content Asset & Identity Services ธุรกิจให้บริการออกแบบ การจัดเก็บ การป้องกันด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินเสมือน
– Hardware อุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ สำหรับการเข้าสู่ metaverse

 

เมื่อแยกประเภทเสร็จแล้ว
ก็จะเริ่มทำ Index Methodology หรือว่าการสร้าง Index ขึ้นมา


Expert Council จะเลือกธุรกิจที่อยู่ใน 7 Map Categories แล้วนำมาจัดลำดับน้ำหนักและจัดสรรการลงทุนโดยตัวเลขหลักซึ่งนำมาคำนวณคือ สัดส่วนรายได้และกำไร ที่เกิดจากธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับโลกเสมือนจริงนี้ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

Pure-Play, Core Companies และ Non-Core Companies

– Pure-Play Companies
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักที่มีแนวโน้มการเติบโตที่เชื่อมโยงโดยตรงกับ Metaverse โดยจัดน้ำหนักเป็น 5 เท่า ของ Non-Core

– Core Companies
บริษัทที่มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse รวมถึงมีธุรกิจอื่น ๆ ขับเคลื่อนบริษัท โดยจัดน้ำหนักเป็น 2.5 เท่าของ Non-Core

– Non-Core Companies
บริษัทที่มีการเชื่อมโยงกับ Metaverse แต่รายได้ส่วนใหญ่ของทางบริษัท มาจากธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Metaverse


นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือน้ำหนักเริ่มลงทุนของหุ้นรายตัวไม่เกิน 8% และ น้ำหนักรวมรายประเภทห้ามเกิน 25% และประเภทของธุรกิจที่อยู่ Market Map สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาจากทาง Expert Council


มีการทบทวนและปรับพอร์ตทุกไตรมาส

หลังจากสร้าง Index ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ จะต้องมีช่วงเวลาที่ต้องมีการ Rebalancing หรือการปรับพอร์ตนั่นเอง โดยทางกองทุนจะมีการพิจารณาเพื่อปรับพอร์ตทุก ๆ สิ้นไตรมาส ในวันที่ได้เลือกไว้ คือวันศุกร์ที่สามของเดือน และจะเริ่มปรับพอร์ตในวันจันทร์ถัดมา จากนั้นจึงกลับไปเริ่มต้นขั้นตอนการสร้าง Index หรือ Index Methodology ใหม่อีกรอบหนึ่ง


บริษัทต่าง ๆ ที่ได้เริ่มตบเท้าเข้าสู่โลก Metaverse

การที่บริษัทต่างๆ ตบเท้าก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่นี้เอง
แสดงให้เห็นถึงเม็ดเงินและโอกาสในการลงทุนที่กำลังก้าวเข้ามา
แต่ทว่า โลกใบใหม่มีขนาดตลาดเท่าใด?

 

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต

กลุ่ม Pure Play Companies
– Meta platforms แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ลำดับหนึ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี ปัจจุบันมีผู้ใช้งานราว หนึ่งในสามของประชากรโลก โดยในปัจจุบันบริษัทกำลังทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR รวมไปถึงอุปกรณ์ Oculus Quest 2 แว่น VR สำหรับใช้ในโลก Metaverse อีกด้วย

– Nvidia บริษัทผู้ผลิตการ์ดจอ หรือหน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิก โดยบริษัทกำลังพัฒนา Nvidia Omniverse ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการพัฒนาวัตถุ 3 มิติในโลกเสมือนจริง

– Roblox แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นแต่ละคนสร้าง Avatar ของตนเอง และเลือกซื้อสินค้าในเกมผ่านสกุลเงิน Robux นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถพัฒนาเกมในรูปแบบของตนเองอีกด้วย


กลุ่ม Core Companies

-Tencent นอกจากจะเป็นเจ้าของ WeChat แต่แท้จริงแล้วรายได้มากกว่าครึ่งมาจากบริษัทเกม เกมที่ดัง ๆ เช่น Fortnite , Arena of Valor (หรือที่บ้านเราเรียกว่า RoV) นอกจากนี้ Tencent ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Epic Games ด้วย
-Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล รายแรกที่ได้ IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 12% จากตัวเลขผู้ใช้งาน 73 ล้านบัญชี


กลุ่ม Non-Core Companies

– Square บริษัทด้านการชำระเงินในสหรัฐ ฯ โดยบริษัทดังกล่าวได้เข้าร่วมในแวดวง สกุลเงินดิจิตอลตั้งแต่ปี 2018
– Alibaba อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากจีน ที่กำลังผนวกเทคโนโลยี VR เข้าร่วมกับการช็อปปี้ ปัจจุบัน Alibaba กำลังขอยื่นเรื่องเพื่อขอเครื่องหมายการค้าใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse เพิ่มเติม


นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Roundhill Ball META ETF จะมี EPS Growth สูงกว่าตลาด

จากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์สำนักต่าง ๆ โดย Bloomberg พบว่าผลลัพธ์คือ มีการคาดการณ์ว่า Earning Growth ของ ETF ในปีหน้าจะเติบโต 45.7% ซึ่งสูงกว่า MSCI World Information Technology Index ที่เติบโต 23.9% คาดการณ์ ณ วันที่ 24 พ.ย. 2021 ถือว่านักวิเคราะห์หลาย ๆ สำนักมีมุมมองเชิงบวกการพอร์ตการลงทุนใน Metaverse เป็นอย่างมาก

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน M-META
– ลงทุนในเทรนด์ที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต
– ลงทุนครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ในทุกมิติ
– มีหลักการคัดเลือกหุ้นสอดคล้องกับธีมชัดเจน และมีการปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ


สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุน M-META กองทุนกำลังจะเปิดให้ซื้อขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 13-20 ธันวาคม 2021 สามารถซื้อที่
แอป FinVest กันได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

————————————————————————————
อ้างอิง
https://www.ballmetaverse.co/methodology
https://www.roundhillinvestments.com/etf/META/
https://www.bloomberg.com/professional/blog/metaverse-may-be-800-billion-market-next-tech-platform/
https://tradingeconomics.com/country-list/gdp
https://www.ballmetaverse.co/expert-council

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน