ปีนี้ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ยากปีหนึ่งของการลงทุน เพราะความไม่แน่นอนต่างถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของเงินเฟ้อ รวมไปถึงประเด็นสงครามที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงต้นปี  มาคราวนี้ FinVest เองก็ขออาสาสรุปให้นักลงทุนทุกท่านว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้  มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง แล้วจะลงทุนอย่างไรดี 

 

ครึ่งปีหลัง มีความเสี่ยงอะไรรออยู่? 

ความเสี่ยงในครึ่งปีหลังที่นักลงทุนจะต้องเจอ มีประเด็นหลักอยู่ 4 ประเด็นด้วยกันได้แก่

    1. ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
    2. ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน
    3. ความเสี่ยงด้านสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ
    4. ความเสี่ยงด้านนโยบาย Zero-COVID
    5. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอย

 

ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

มาเริ่มกันที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในตอนนี้  สถานการณ์ตอนนี้เงินเฟ้อเกิดจากแรงกดดันจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และประเด็นการเมืองระหว่างประเทศอย่างเช่นสงคราม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมถึงกดดันให้ธนาคารกลางต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้เงินเฟ้อสูงไปมากกว่านี้

ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน

ความเสี่ยงถัดมาคือความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน จากที่เกริ่นมาก่อนหน้าแล้วว่าปัจจุบันตัวเลขเงินเฟ้อในแต่ละประเทศพุ่งสูงมาก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer price index) เดือน พ.ค พุ่งสูงถึง 8.6% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี

จากปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดขนาดงบดุลอย่างต่อเนื่อง และยังส่งผลไปถึงธนาคารกลางอื่นทั่วโลกมีแรงกดดันที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม Fed ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดการเงินยังผันผวนสูง

 

ความเสี่ยงด้านสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลก ตลอดจนปัจจัยทางด้านการเมืองระหว่างประเทศรัสเซียและจีนกับกลุ่มประเทศตะวันตก อาจกดดันให้ปัญหำเงินเฟ้อยังมีความยืดเยื้อและเป็นปัจจัยฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมได้

 

ความเสี่ยงด้านนโยบาย Zero-COVID

แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการระบาด COVID-19 แล้ว แต่จีนยังคงเป็นประเทศที่ยืนยันจะดำเนินนโยบาย Zero-COVID ต่อไป แม้อาจเปลี่ยนแปลงมาเป็น Dynamic Zero-Covid ก็ยังเป็นความเสี่ยงที่กดดันให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว

 

ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอย

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตเริ่มมีแรงส่งที่ลดลง เช่นเดียวกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มเข้มงวดมากขึ้น เป็นผลให้เศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะในบางประเทศที่มีความเปราะบางในฐานะการเงินการคลังและทุนสำรองระหว่างประเทศ

ในโลกของการลงทุน ทุกวิกฤตหรือความผันผวน มักเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ เสมอ และเหมือนเช่นเคย มาคราวนี้พวกเรา FinVest ก็จะมาแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังให้นักลงทุนได้ลองมองหาโอกาสกัน 

 

กลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลังของ FinVest กับธีมลงทุนสู้ความเสี่ยง

มาในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนกันบ้าง จากข้างบน ถึงแม้ว่าตลาดจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในความไม่แน่นอนเรายังสามารถมองหา “โอกาส” ได้ซึ่งมาคราวนี้พวกเราจะมาสรุปว่า มีโอกาสอะไรรอเราอยู่บ้างท่ามกลางความผันผวนนี้

 

เงินเฟ้อ ยังมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์คือกลุ่ม Infrastructure

โครงสร้างพื้นฐาน เป็นอะไรที่คนต้องใช้งาน แม้ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยแล้วก็ตาม นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างเช่นค่าไฟ ยังสามารถปรับราคาขึ้นตามเงินเฟ้อและรัฐช่วยอุดหนุนได้อีกด้วย ดังนั้น ธุรกิจกลุ่มนี้จึงมีรายรับเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ เหมาะจะเป็นหลุมหลบภัย ในยามเศรษฐกิจไม่ค่อยเป็นใจนั่นเอง

 

กองทุนแนะนำธีมสู้เงินเฟ้อ KKP GINFRAEQ-H (Promotion)

ลงทุนใน Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure Companies)  และมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยกระบวนการและปัจจัยกลั่นกรองหลายปัจจัย ซึ่งครอบคลุมปัจจัยเชิงคุณภาพ ตลอดจนการกระจายการลงทุนทั้งในมิติของพื้นที่ภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรมอีกด้วย

Promotion: ยกเว้น ค่าธรรมเนียมซื้อและสับเปลี่ยนเข้ากองทุน ด่วน! ถึง 30 มิ.ย. 2022

อ่านเพิ่มเติม https://www.finvest.co.th/globalinfrastructure/

 

นโยบายการเงินที่เข้มงวด แน่นอนว่ามาพร้อมกับความผันผวน Asset Allocation เป็นหนึ่งในทางออกเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยง

การเลือกลงทุนแบบ Asset Allocation ที่มีการกระจายสัดส่วนการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนที่มีการกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มมากขึ้น

 

กองทุนแนะนำธีมสู้นโยบายการเงินเข้มงวด KKP SGAA Series 

นโยบายกองทุน : เป็นกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ได้แก่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน และตราสารทางเลือกทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้รับคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในการจัดพอร์ตแบบ Asset Allocation ภายใต้ที่ปรึกษาการลงทุนของ บล. เกียรตินาคินภัทร

Promotion: ยกเว้น ค่าธรรมเนียมซื้อและสับเปลี่ยนเข้ากองทุน ด่วน! ถึง 30 มิ.ย. 2022

อ่านเพิ่มเติม https://www.finvest.co.th/kkp_sg-aa_series22/

 

สงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ คือโอกาสในการลงทุนในกลุ่ม Commodity 

สินค้า Commodity หรือสินค้าโภคภัณฑ์ คือสินค้าที่ไม่ว่าจะซื้อที่ไหน ประเทศใด ก็จะได้ลักษณะสินค้าเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ทองคำ หรือ น้ำมัน เป็นต้น ซึ่งจุดแข็งของสินค้ากลุ่มนี้คือช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมได้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทั้งเงินเฟ้อ Stagflation หรือไม่ว่าสงคราม ที่ในครั้งนี้ช่วยผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น เป็นต้น

กองทุนแนะนำธีมสู้สงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ K-GOLD-A(A) KT-ENERGY KT-PRECIOUS KT-MINING 

 

K-GOLD-A(A)

นโยบายการลงทุน ลงทุนผ่านกองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust (USD)​​ (กองทุนหลัก) โดยมุ่งหวังให้ผลตอบแทนของกองทุนหลังหักค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับราคาทองคำแท่งมากที่สุด

KT-ENERGY

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF World Energy Fund โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทชั้นนําทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจหลักในการสํารวจ พัฒนา ผลิต และจัดจําหน่ายพลังงาน นอกจากนั้น กองทุนยังอาจลงทุนในบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนอีกด้วย

KT-PRECIOUS

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Franklin Gold and Precious Metals Fund โดยกองทุนหลักมีนโยบายที่จะสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของเงินลงทุนตามศักยภาพการลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดําเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทองคําและโลหะมีค่า เช่น แพลตตินัม แพลเลเดียม และ เงิน เป็นต้น

KT-MINING

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz Global Metals and Mining โดยกองทุนหลักจะลงทุนทั่วโลกในหุ้นซึ่งมียอดขายและกําไร (ตามข้อมูลจากรายงานประจําปี) จากการสํารวจ การสกัด หรือการแปรรูป ทรัพยากรธรรมชาติ โดยทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปในที่นี้หมายถึง โลหะที่ไม่มีองค์ประกอบของ เหล็ก (เช่น นิเกิล ทองแดง อะลูมิเนียม) เหล็ก และแร่อื่น ๆ เหล็กกล้า ถ่านหิน โลหะมีค่า (เช่น ทอง แพลตตินัม) เพชร เกลือ และแร่อุตสาหกรรม (เช่น กํามะถัน)

อ่านเพิ่มเติม https://www.finvest.co.th/stagflation0422/

 

นโยบาย Zero-COVID ของจีน เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในเวลาเดียวกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่านโยบาย Zero-Covid ของจีน ทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวจากการปิดเมือง นั่นทำให้ในระยะสั้นรัฐบาลจีนอาจต้องผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงนโยบาย”ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” หรือ Common Prosperity ออกไปก่อน รวมถึงจัดหางบเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่  

 

แต่ภาพระยะยาวยังคงเดิม โอกาสลงทุนในตอนนี้ยังรวมไปถึงหุ้นจีนอีกหลายธีมที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในระยะยาว เพราะจีนเองต้องการก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลก และการจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้ต้องอัดฉีดงบเพื่อพัฒนาในหลาย ๆ ส่วนอีกด้วย

 

กองทุนแนะนำธีมสู้นโยบาย Zero-Covid ของจีน MCHINAGA/MCHINAGD

ลงทุนใน Allianz Global Investors Fund – Allianz China A-Shares โดยมีจุดมุ่งหมายคือสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในตลาดหุน A-shares ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านอุตสาหกรรมที่รัฐสนับสนุน

อ่านเพิ่มเติม https://www.finvest.co.th/mchinagd/

 

ในช่วงความกังวลเศรษฐกิจถดถอย เปิดโอกาสให้ลงทุนตราสารหนี้  จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น 

จากการทยอยขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกโดยภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจยิ่งขึ้น 

 

กองทุนแนะนำธีมสู้ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย KF-TRB

กองทุนจะลงทุนใน PIMCO Total Return Bond Fund ที่กระจายการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงอย่างรอบคอบ และมุ่งสร้างผลตอบอย่างสม่ำโดยที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง 

ถึงแม้ว่าความผันผวนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ามีความรู้และความเข้าใจ เรายังสามารถรับมือและหาโอกาสจากมันได้ ยังไงก็อย่าลืมติดตามความรู้ดี ๆ ที่พวกเรา FinVest ตั้งใจทำมาให้นักลงทุนทุกท่านด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ยังไงก็ขอให้นักลงทุนทุกท่านโชคดีกับการลงทุนในอีกครึ่งปีหลังที่เหลือครับผม 

 

กองทุนนี้ สามารถลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน FinVest ได้เลยที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th

#FinVest #YourWingsYourWays

 

**ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต**
**การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน**

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน