เมื่อเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์สำหรับนักลงทุนไทยที่สามารถลงทุนในกองทุนต่างประเทศได้โดยที่ไม่ต้องผ่าน บลจ.ของไทย แน่นอนด้วยความที่มันเป็นสิ่งใหม่ ย่อมตามมาด้วยคำถามหลาย ๆ ข้อ หนึ่งในคำถามสำคัญที่ถูกถามบ่อย  ๆ คือคำถามที่ว่า “การลงทุนกองทุนต่างประเทศตรง ๆ ผ่าน Direct Offshore กับการซื้อ FIF ผ่าน บลจ.ไทย มันแตกต่างกันอย่างไร” หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อสุดท้ายปลายทาง เราก็ถือกองทุนกองเดียวกันอยู่ดี แล้วแบบนี้จะลงทุนผ่านทางช่องทางไหนดี วันนี้ทาง FinVest จะมาช่วยอธิบายถึงความแตกต่างหลักๆ ให้นักลงทุนพิจารณากันครับ

FIF คืออะไร ?

เริ่มแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับกองทุน FIF ก่อน ที่มีที่มาจาก Foreign Investment Fund กองทุนที่ว่านี้เป็นกองทุนประเภทหนึ่งที่นำเงินนักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศ แต่วิธีการลงทุนของกองทุนแบบนี้นั้น ผู้จัดการกองทุนจะไม่ได้เลือกหุ้นด้วยตัวเอง แต่จะเลือกกองทุนที่จะไปลงทุนเพียงกองเดียว แล้วลงทุนผ่านกองทุนนั้น โดยกองทุนที่ถูกเลือกนั้นเราจะเรียกว่า Master Fund ตัวอย่างเช่น กองทุน A จาก บลจ.ไทย ลงทุนในกองทุน B ซึ่งกองทุน B มีนโยบายลงทุนในหุ้นเติบโตทั่วโลก กองทุน A ก็จะถือว่ามีนโยบายอย่างเดียวกันทุกประการตามไปด้วย

การลงทุนผ่าน Direct Offshore ไปยัง Master Fund โดยตรงคืออะไร ?

คือการลงทุนที่เราลงทุนกองทุนต่างประเทศที่เราสนใจโดยตรง โดยไม่ผ่าน FIF นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนั้นนักลงทุนไทยสามารถทำได้แล้ว เพียงซื้อขายกับทาง FinVest

ทีนี้เราจะมาเปรียบเทียบประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความต่างระหว่างการลงทุนทั้งสองแบบ โดยประเด็นที่เราจะมาวิเคราะห์กันวันนี้ประกอบไปด้วย ประเด็นทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นที่หนึ่ง ค่าธรรมเนียม

โดยทั่วไปแล้ว เวลานักลงทุนทำการซื้อกองทุน จะโดนหักค่าธรรมเนียมใหญ่ ๆ อยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยโดยตรง และอีกส่วนคือค่าธรรมเนียมที่ทางกองทุนรวมเรียกเก็บ ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าเราลงทุนผ่าน FIF เราจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่กล่าวมาทั้งหมดสองต่อ โดยส่วนแรกเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการของ บลจ. ที่เป็น FIF และอีกส่วนเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุนที่เป็น Master Fund อีกรอบ ในขณะถ้าเลือกลงทุนแบบผ่าน Direct Offshore โดยตรง จะเสียค่าธรรมเนียมกองทุนแค่รอบเดียว คือกองทุนที่เราไปลงทุนไว้นั่นเอง

ประเด็นที่สอง ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

อัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผลการลงทุนนั้นผันผวน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วทาง ก.ล.ต กำหนดให้ทางบริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุน ต้องบอกให้ผู้ลงทุนทราบถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์ที่ทางกองทุนได้ไปลงทุน ซึ่งข้อดีของการลงทุนกับ FIF คือกองทุนส่วนใหญ่ที่ดำเนินการจาก บลจ.จะมีการป้องกันความเสี่ยงไว้ให้ ทั้งนี้ต้องอ่านนโยบายกองทุนให้ดีว่าป้องกันความเสี่ยงแบบใด เพราะบางกองอาจจะตามดุลยพินิจผู้จัดการ ขณะที่บางกองก็กำหนดเป็นอัตราส่วนชัดเจน หรือแม้กระทั่งบางกองอาจจะไม่มีการป้องกันเลย แต่ถ้าเราทำการซื้อกองทุน Master Fund โดยตรง ในปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันความเสี่ยง นักลงทุนอาจกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ประเด็นที่สาม ภาษี

ผู้ลงทุนกองทุนจะต้องเสีย ณ ที่จ่าย 10% สำหรับเงินปันผล แต่ในส่วนของ Capital Gain หรือส่วนต่างจากราคาซื้อขายนั้น อ้างอิงตามเกณฑ์ภาษีปี 2563 จะพบว่าถ้าเป็นกรณีการขายกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฏหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กำไรส่วนนี้จะไม่ถูกนำไปคิดภาษี ทว่าสถานการณ์ปัจจุบัน การซื้อ FIF มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากปัจจุบันกองทุนมีสภาพเป็นนิติบุคคล ดังนั้นเงินได้ที่กองทุนได้รับในรูปแบบผลตอบแทนจากดอกเบี้ย จะต้องเสียภาษีด้วย เรื่องนี้อาจจะไม่กระทบที่ตัวนักลงทุนรายบุคคลโดยตรง แต่จะกระทบมาที่ผลตอบแทนของกองทุนที่เราไปลงทุน อย่างไรก็ดี ในกรณีการลงทุนไปยัง Master Fund โดยตรง หากนักลงทุนรายบุคคลขายและนำกลับไทยในปีเดียวกัน ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ ฯ

ประเด็นที่สี่ จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุน

ปัจจุบันจำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อขายกองทุนไปยัง Master Fund โดยตรง จะอยู่ที่ 30,000 บาทต่อหนึ่งคำสั่งซื้อ โดยถ้าเทียบจำนวนเงินขั้นต่ำกับ FIF จำนวนเงินขั้นต่ำจะน้อยกว่ามาก ดังนั้นการซื้อ FIF อาจเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือวัยเพิ่งเริ่มทำงาน โดยบางกองนั้นในปัจจุบันสามารถซื้อขายโดยใช้เงินเริ่มต้นเพียงแค่ 1 บาทเท่านั้น


จากทั้งหมด 4 ข้อที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า บางครั้งนักลงทุนอาจต้องชั่งใจในการลงทุนว่าจะลงทุนผ่าน กองทุน FIF หรือซื้อขายตรง ๆ ผ่าน Master Fund ดี แต่หากอ่านมาถึงตรงนี้ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวล ด้วย Platform ของ FinVest ที่สามารถให้นักลงทุนเลือกสรรกองทุนชั้นนำ ให้ลงทุนทั้งแบบ FIF และ ซื้อขายตรง ๆ ทั้งสองรูปแบบกันไปเลย แล้วยังมีทีมงานมืออาชีพคอยเลือกกองทุนให้นักลงทุนอีกด้วย อย่างเช่นกองทุน Ballie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund A Usd Acc ที่มีจุดเด่นคือเฟ้นหาหุ้นเติบโตแบบก้าวกระโดดจากทั่วโลกที่มีจำนวนเพียงแค่หยิบมือ ผ่านการคัดสรรด้วยกระบวนการความคิดที่ไม่ติดกับกรอบเดิม ๆ ในหลากหลายธีมการลงทุน ทั้งกลุ่มวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบ , การค้ารูปแบบใหม่ที่ปฏิวัติการค้าแบบดั้งเดิม หรือกลุ่มนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ให้นักลงทุนสามารถซื้อตรงๆผ่าน App หรือจะซื้อผ่านกอง FIF อย่าง ONE-UGG-RA ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น สองกองทุนทั้ง FIF และ Master Fund ได้รับการจัดอันดับสูงสุด 5 ดาว จากมอร์นิ่งสตาร์อีกด้วย (อ้างอิง 30 ก.ย. 2564)

 

ทำความรู้จักกับกองทุน Ballie Gifford Worldwide Longterm Global Growth อย่างละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/FinVestBLGF

กองทุนทั้งหมดนี้ สามารถลงทุนผ่านแอป FinVest ได้เลยที่
https://finvest.onelink.me/CoWV/cd81c26c
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Line https://lin.ee/3wINMDBsz
Follow us on Website: www.finvest.co.th
.
#FinVest #YourWingsYourWay

อ้างอิง

https://www.moneyweb.co.za/financial-advisor-views/should-i-invest-in-direct-offshore-funds-or-feeder-funds/

https://www.linkedin.com/pulse/feeder-funds-vs-direct-offshore-investments-why-pays-invest-nel-cfp-

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/foreign-investment-funds.html

https://www.rd.go.th/23766.html

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

อิสระของชีวิต ติดปีกการลงทุน

ชี้เป้าการลงทุนให้คุณ ลงทุนได้หลาย บลจ

โหลดและเปิดบัญชีได้ง่าย พร้อมเริ่มต้นลงทุนกับ FinVest

ติดตามรายละเอียดหน้าโปรโมชัน